ประกาศสิทธิส่วนบุคคลของ Windows® Phone 8

อัพเดตล่าสุดเมื่อ: มีนาคม 2014

Microsoft มีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณขณะส่งมอบซอฟต์แวร์ที่จะให้ประสิทธิภาพ ศักยภาพ และความสะดวกที่คุณต้องการในโทรศัพท์มือถือและบริการของคุณ การประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้จะอธิบายการเก็บรวบรวมข้อมูลและหลักปฏิบัติในการใช้ซอฟต์แวร์และบริการของ Windows® Phone 8 ("Windows Phone") ระบบปฏิบัติการของ Windows Phone เวอร์ชันก่อนหน้า (เช่น Windows Phone 7) อยู่ภายใต้ประกาศสิทธิส่วนบุคคลแยกต่างหาก คลิกที่นี่เพื่อดูประกาศสิทธิส่วนบุคคล

ประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้จะไม่มีผลกับไซต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการออนไลน์หรือออฟไลน์อื่นๆ ของ Microsoft และจะไม่มีผลกับการเก็บรวบรวมข้อมูลและหลักปฏิบัติในการใช้ของนิติบุคคลอื่นๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้โทรศัพท์ของคุณ เช่น ผู้ให้บริการ ผู้ผลิตโทรศัพท์ นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น และผู้ให้บริการเว็บไซต์ โปรดตรวจสอบนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของนิติบุคคลเหล่านี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับหลักปฏิบัติที่ดีที่สุด

เพื่อช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่มีความสำคัญที่สุดกับคุณ ลิงก์ต่อไปนี้จะอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อหรือคุณสมบัติเฉพาะของโทรศัพท์โดยตรง


การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณ
การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลมาตรฐานเกี่ยวกับโทรศัพท์ของคุณ
การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลประจำตัวของบริการ
การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลการค้นหาตำแหน่ง
ข้อมูลที่เราแบ่งปันกับผู้อื่น
เด็ก
การแสดงโฆษณา
วิธีการที่เราติดต่อสื่อสารกับคุณ
ที่เก็บข้อมูลและการถ่ายโอนข้อมูล
ความปลอดภัยของข้อมูลของคุณ
การเปลี่ยนแปลงประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม/การร้องขอการเข้าถึง

คุณสมบัติบางประการ
งานที่ทำอยู่เบื้องหลัง
สำรองข้อมูล
บัญชีบริษัท
อีเมล + บัญชี
ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว
Internet Explorer Mobile
การจดจำแป้นพิมพ์
มุมของเด็ก
การเช็คอินตำแหน่ง
แผนที่
ข้อความ
บัญชี Microsoft
Office Mobile
คำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัว
ผลตอบกลับโทรศัพท์
ที่เก็บข้อมูลในโทรศัพท์
ภาพถ่าย + กล้อง
ห้อง
การค้นหา
สั่งงานด้วยเสียง
Store
แตะ + ส่ง
การอัพเดต
กระเป๋าสตางค์
Xbox LIVE และ Xbox Music

คุณสมบัติบางอย่างเท่านั้นที่พร้อมใช้งานในโทรศัพท์ทุกเครื่อง (ตัวอย่างเช่น คุณสมบัติบางอย่างไม่พร้อมใช้งานในโทรศัพท์ที่มีหน่วยความจำที่จำกัด หรือโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone เวอร์ชันเก่ากว่า) ผู้ให้บริการทั้งหมด หรือในทุกภูมิภาค


การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณ

ในขณะที่คุณใช้ Windows Phone และบริการที่เกี่ยวข้องของคุณ เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากคุณเพื่อเปิดใช้งานคุณสมบัติและบริการที่เสนอให้ในโทรศัพท์และดำเนินธุรกรรมที่คุณได้ร้องขอหรืออนุญาต คุณอาจส่งข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับตัวคุณเอง (ตัวอย่างเช่น ชื่อ อีเมล หรือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ) และเราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลอื่นๆ ร่วมกับบริการนั้น ข้อมูลนี้อาจถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อนำไปปรับปรุงคุณสมบัติและบริการที่นำเสนอในโทรศัพท์และผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ Microsoft นอกจากจะมีการระบุวัตถุประสงค์ที่เจาะจงไว้เพิ่มเติมในส่วน คุณสมบัติบางประการ ด้านล่าง

สำหรับการใช้งานผ่านเว็บในโทรศัพท์ รวมถึงภายใน Windows Phone Store ("Store") และ Hub เกม เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมไซต์เราของคุณ ตัวอย่างเช่น เราอาจเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเพจและเนื้อหาที่คุณดูและการดำเนินการที่คุณทำภายในไซต์ของเรา เช่น การค้นหาเนื้อหาหรือแอพพลิเคชั่น การซื้อแอพพลิเคชั่นหรือเนื้อหา หรือการสตรีมเนื้อหา ข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อปรับแต่งการใช้งานของคุณและให้บริการที่คุณร้องขอ

เพื่อเป็นการนำเสนอการใช้งานที่มีความสอดคล้องและเป็นส่วนตัวมากขึ้นขณะที่คุณติดต่อกับ Microsoft ข้อมูลที่เก็บรวบรวมผ่านบริการและคุณสมบัติของ Microsoft ในโทรศัพท์อาจถูกนำไปรวมกับข้อมูลที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ Microsoft นอกจากนี้ เราอาจจะผนวกข้อมูลที่เก็บรวบรวมเกี่ยวกับคุณจากโทรศัพท์ของคุณเข้ากับข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทอื่นๆ


การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลมาตรฐานเกี่ยวกับโทรศัพท์ของคุณ

เมื่อโทรศัพท์ของคุณถูกเปิดใช้งานและเมื่อคุณใช้คุณสมบัติที่เปิดใช้งานอินเทอร์เน็ต ข้อมูลเกี่ยวกับโทรศัพท์ของคุณ ("ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐาน") จะถูกส่งไปยัง Microsoft และ/หรือเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและบริการออนไลน์ที่คุณใช้ Microsoft จะใช้ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานในการตรวจสอบความถูกต้องของโทรศัพท์ของคุณ ให้บริการที่เปิดใช้งานอินเทอร์เน็ต ช่วยในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ช่วยในการอัพเดตซอฟต์แวร์ของเราให้ทันสมัย และเพื่อการวิเคราะห์ทางสถิติ หากคุณสมบัติหรือบริการใดส่งข้อมูลไปยัง Microsoft ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานจะถูกส่งไปด้วย เราอาจแบ่งปันข้อมูลการเปิดใช้งานกับผู้ผลิตโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ให้บริการร่วมของเรา ข้อมูลนี้จะไม่ถูกใช้เพื่อระบุตัวตนของคุณหรือติดต่อคุณ

ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานโดยทั่วไปแล้วประกอบไปด้วยที่อยู่ IP เวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ เวอร์ชันของเบราว์เซอร์ และการตั้งค่าภูมิภาคและภาษา ในบางกรณี ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานอาจรวมไปถึงรหัสประจำตัวสากลของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ (IMSI) ซึ่งเป็น ID ที่ไม่ซ้ำกันที่เราสร้างสำหรับโทรศัพท์ของคุณ และตัวระบุโทรศัพท์อื่นๆ ที่ระบุผู้ผลิตโทรศัพท์ ชื่อโทรศัพท์ เวอร์ชัน และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเรียกเก็บเงินของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และเพื่อความปลอดภัยหากคุณตั้งค่าบัญชี Microsoft จากโทรศัพท์ของคุณ Microsoft อาจต้องเก็บรวบรวม IMSI แบบเต็มและหมายเลขโทรศัพท์ ตามลำดับ ที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์ของคุณ


การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลประจำตัวของบริการ

เพื่อให้การเข้าถึงบริการเป็นไปอย่างง่ายดายขึ้น ข้อมูลประจำตัวในการลงชื่อเข้าใช้ Microsoft และบริการภายนอกอาจถูกจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณ นอกจากนี้ เราอาจตรวจสอบชื่อโดเมนของอีเมลแอดเดรสที่คุณป้อน เพื่อระบุว่าคุณได้เชื่อมโยงบัญชีใน Office 365 หรือไม่ หากคุณเชื่อมโยงบัญชี Microsoft กับโทรศัพท์ของคุณ ข้อมูลประจำตัวเหล่านั้น (อีเมลแอดเดรสและรหัสผ่าน) จะถูกบันทึกไปยังโทรศัพท์ของคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณจะไม่จำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ทุกครั้งที่คุณใช้คุณสมบัติเช่น Store และ Xbox LIVE ในทางเดียวกัน ข้อมูลประจำตัวสำหรับบริการภายนอกอาจถูกจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณด้วย ข้อมูลประจำตัวเหล่านี้อาจเป็นรหัสผ่านจริงหรือโทเค็นซึ่งเป็นเหมือนกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับจากบริการภายนอกที่ทำหน้าที่เหมือนรหัสผ่านในการตรวจสอบความถูกต้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริการ ในบางกรณี ชื่อผู้ใช้ (ไม่ใช่รหัสผ่าน) อาจถูกจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft หากคุณเลือกที่จะสำรองข้อมูลการตั้งค่าของคุณ ดู สำรองข้อมูล ด้านล่าง


การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลการค้นหาตำแหน่ง

ใน Windows Phones "บริการค้นหาตำแหน่ง" หมายถึงซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์และบริการออนไลน์ที่จะใช้ข้อมูลตำแหน่งเพื่อช่วยในการทำงานของแอพพลิเคชั่นและคุณสมบัติของโทรศัพท์ รวมทั้งเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม เพื่อให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ได้รับการปรับปรุง ในทางกลับกัน "ฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่ง" หมายถึงข้อมูลตำแหน่งที่เราใช้เพื่อระบุตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณโดยประมาณเพื่อช่วยในการทำงานของ "บริการค้นหาตำแหน่ง" เหล่านั้น

ฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งของ Microsoft จะมีข้อมูลที่จำกัดเกี่ยวกับจุดเข้าถึง Wi-Fi และเสาเครือข่ายโทรศัพท์ใกล้เคียงที่เราใช้เพื่อช่วยให้บริการค้นหาตำแหน่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะไม่รวมถึงข้อมูลที่ระบุตัวตนคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ และจะไม่อนุญาตให้ Microsoft ติดตามคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ แอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ หรือคุณสมบัติบางอย่างที่คุณเลือกใช้ รวมทั้งเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม (รวมทั้งที่ให้บริการโดย Microsoft) อาจเก็บข้อมูลตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับบัญชีหรือโทรศัพท์ของคุณ โปรดตรวจสอบนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และคุณสมบัติที่คุณอนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลตำแหน่งที่เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และคุณสมบัติร้องขอ

ก่อนที่ Microsoft จะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูล จุดเข้าถึง Wi-Fi หรือเสาเครือข่ายโทรศัพท์ที่อธิบายไว้ด้านล่าง และก่อนที่แอพพลิเคชั่น คุณสมบัติ หรือเว็บไซต์จะสามารถเข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณได้ คุณต้องอนุญาตการเข้าถึงก่อน

ฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่ง

หากคุณอนุญาตให้แอพพลิเคชั่น คุณสมบัติ หรือเว็บไซต์เข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณได้ ทุกครั้งที่บริการเหล่านั้นร้องขอตำแหน่ง ข้อมูลเกี่ยวกับเสาเครือข่ายโทรศัพท์ใกล้เคียง จุดเข้าถึง Wi-Fi และข้อมูลระบบค้นหาตำแหน่งสากล (GPS) อาจถูกเก็บรวบรวมโดยฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งของ Microsoft และถูกนำไปใช้เพื่อช่วยระบุตำแหน่งโดยประมาณของโทรศัพท์ของคุณและเพื่ออัพเดตและปรับปรุงฐานข้อมูลเพื่อการร้องขอในอนาคต

ตัวอย่างเช่น หากคุณได้เปิดใช้งาน Wi-Fi ในโทรศัพท์ของคุณและหากคุณอนุญาตให้แอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์เข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณ ที่อยู่ Media Access Control (MAC) และระดับสัญญาณของเสาเครือข่ายโทรศัพท์และจุดเข้าถึง Wi-Fi ที่พร้อมใช้งานในโทรศัพท์ของคุณอาจถูกเก็บรวบรวมโดยฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งของ Microsoft ในทางเดียวกัน หากคุณเชื่อมต่อกับข้อมูลเครือข่ายโทรศัพท์ ตัวระบุเสาเครือข่ายโทรศัพท์ที่อยู่ในโทรศัพท์ของคุณอาจถูกเก็บรวบรวมด้วย หาก GPS พร้อมใช้งาน ละติจูด ลองจิจูด ความเร็ว และเส้นทางของโทรศัพท์ที่ให้บริการโดย GPS อาจถูกเก็บรวบรวมด้วย

ข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้โดยฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งของ Microsoft เพื่อส่งกลับตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณโดยประมาณไปยังแอพพลิเคชั่น คุณสมบัติ หรือเว็บไซต์ ข้อมูลตำแหน่งที่ให้อาจรวมถึงละติจูด ลองจิจูด ความเร็ว เส้นทาง และระดับความสูงของโทรศัพท์ของคุณในขณะที่ร้องขอ ซึ่งจะไม่รวมถึงข้อมูลที่ระบุตัวตนเกี่ยวกับเสาเครือข่ายโทรศัพท์หรือจุดเข้าถึง Wi-Fi เช่นที่อยู่ MAC หรือตัวระบุเสาเครือข่ายโทรศัพท์

เราอาจใช้ฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งภายนอกที่เชื่อถือได้ เช่น ฐานข้อมูลของ Nokia เพื่อการค้นหาตำแหน่งที่ได้รับการปรับปรุงในโทรศัพท์ของคุณ ตัวอย่างเช่น เมื่อแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ของคุณร้องขอตำแหน่ง เราอาจสอบถามไปยังฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งภายนอกเพื่อให้โทรศัพท์ของคุณระบุตำแหน่งได้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกับฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งของ Microsoft ฐานข้อมูลของผู้ให้บริการร่วมจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเสาเครือข่ายโทรศัพท์ใกล้เคียง จุดเข้าถึง Wi-Fi และข้อมูล GPS แต่จะไม่รับข้อมูลใดๆ ที่เป็นการระบุตัวตนคุณหรือโทรศัพท์ของคุณโดยเฉพาะ

สวิตช์หลักตำแหน่ง & การเข้าถึงตำแหน่งของแอพพลิเคชั่นเฉพาะ

ในการใช้บริการตำแหน่ง สวิตช์บริการค้นหาตำแหน่งหลักต้องเปิดอยู่ หากสวิตช์บริการค้นหาตำแหน่งหลักปิดอยู่ Microsoft จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจุดเข้าถึง Wi-Fi และเสาเครือข่ายโทรศัพท์ใกล้เคียง และแอพพลิเคชั่น คุณสมบัติ และเว็บไซต์จะไม่สามารถใช้ตำแหน่งของโทรศัพท์ได้แม้คุณจะต้องการอนุญาตการใช้งานในบางกรณี ในการปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณของแอพพลิเคชั่น คุณสมบัติ และเว็บไซต์ทั้งหมด ไปที่ การตั้งค่า > ตำแหน่ง แล้วสลับสวิตช์ บริการค้นหาตำแหน่งเป็น ปิด หากคุณต้องการสลับสวิตช์บริการค้นหาตำแหน่งหลักเป็น เปิด การตั้งค่าตำแหน่งในระดับของแอพพลิเคชั่นของคุณ (ดูด้านล่าง) จะถูกคืนค่า

นอกจากนั้น ก่อนที่โทรศัพท์ของคุณจะใช้บริการค้นหาตำแหน่ง คุณต้องยินยอมที่จะอนุญาตให้แอพพลิเคชั่น คุณสมบัติ และเว็บไซต์บางอย่างเข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณ หากคุณเคยเปิดใช้งานการเข้าถึงก่อนหน้าแล้ว คุณสามารถปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณได้ในภายหลังในการตั้งค่าของแอพพลิเคชั่น ตัวอย่างเช่น ในการปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณของแอพพลิเคชั่นแผนที่ คุณสามารถไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > แผนที่ แล้วสลับสวิตช์ ใช้ตำแหน่งของฉัน เป็น ปิด หมายเหตุ: คุณสมบัตินี้อาจไม่สามารถใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นจากภายนอกซึ่งคุณได้ติดตั้งในโทรศัพท์ของคุณ ในกรณีเหล่านั้น คุณอาจต้องถอนการติดตั้งแอพพลิเคชั่นหรือปิดสวิตช์บริการค้นหาตำแหน่งหลักเพื่อปิดใช้งานการใช้ตำแหน่งของแอพพลิเคชั่น

ฐานข้อมูลจุดเข้าถึง Wi-Fi สาธารณะ

Microsoft จะเก็บไดเรกทอรีเครือข่าย Wi-Fi ที่พร้อมใช้งานในสาธารณะเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ Windows Phone ในการค้นหาและนำทางใน Wi-Fi ฮอตสปอตยอดนิยม ฐานข้อมูลจุดเข้าถึง Wi-Fi จะมาจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมขณะที่ Windows Phone เชื่อมต่อกับฮอตสปอตและข้อมูลที่ Microsoft ได้รับโดยตรงจากผู้ให้บริการ Wi-Fi สาธารณะ

คุณสามารถช่วยปรับปรุงคุณสมบัตินี้ได้โดยส่งข้อมูลที่จำกัดไปยัง Microsoft ในขณะใช้บริการ Wi-Fi ซึ่งรวมถึงลักษณะของโทรศัพท์ของคุณเช่น รุ่น โมเดล ผู้ให้บริการมือถือ หรือข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ รวมทั้งตัวระบุมาตรฐานของเครือข่าย Wi-Fi ที่โทรศัพท์ของคุณตรวจจับได้ ข้อมูลนี้จะช่วยให้เราสันนิษฐานเกี่ยวกับการใช้งานฮอตสปอตและฮอตสปอตใดที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับอุปกรณ์ประเภทใด แต่จะไม่นำไปใช้เพื่อระบุตัวคุณหรืออุปกรณ์ของคุณโดยเฉพาะ คุณสามารถเปิดคุณสมบัตินี้ได้โดยเลือกการตั้งค่าแบบแนะนำ ขณะตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณหรือหากคุณเลือกการตั้งค่าแบบกำหนดเอง โดยการเปิดใช้งาน ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อช่วยค้นหา Wi-Fi ที่ใกล้เคียง คุณยังสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้ได้ทุกเมื่อที่ การตั้งค่า > ระบบ > Wi-Fi > ขั้นสูง

การไม่เลือกจุดเข้าถึง Wi-Fi ส่วนตัว

หากคุณมีจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือเราเตอร์ และคุณไม่ต้องการให้รวมกับฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งของ Microsoft หรือฐานข้อมูลจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ คุณสามารถส่ง MAC Address ไปยังรายการบล็อกของ Microsoft ได้ที่ http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkID=223681 เราจะไม่รวมที่อยู่ MAC เหล่านี้รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องใดๆ ในฐานข้อมูล และเราจะไม่ส่งที่อยู่ MAC ที่ส่งผ่านกระบวนการนี้ไปยังผู้ให้บริการร่วมฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งเมื่อเราใช้ผู้ให้บริการร่วมนั้น

การแบ่งปันตำแหน่งของคุณขณะเปิดใช้งาน

คุณสามารถช่วย Microsoft ปรับปรุง Windows Phone ระหว่างการตั้งค่าได้โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่คุณตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณ หากคุณตกลง ตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณจะถูกส่งไปยัง Microsoft หลังจากคุณดำเนินการตั้งค่าเสร็จสิ้นแล้วและจะนำไปรวมกับผู้ใช้อื่นที่กำลังตั้งค่าโทรศัพท์ของพวกเขา ช่องทำเครื่องหมายที่คุณเห็นระหว่างกระบวนการตั้งค่าจะส่งตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณในขณะเปิดใช้งานเท่านั้น และคุณจะสามารถเลือกที่จะไม่เลือกในช่องทำเครื่องหมายและไม่ส่งข้อมูลนี้ได้ ข้อมูลจะไม่นำไปใช้เพื่อระบุตัวคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ


ข้อมูลที่เราแบ่งปันกับผู้อื่น

นอกจากจะระบุไว้ในประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้ ข้อมูลของคุณจะไม่ถูกถ่ายโอนไปยังผู้ให้บริการภายนอก (บริษัทย่อยและบริษัทในเครือที่ไม่ได้ควบคุมโดย Microsoft) โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ เราจะว่าจ้างบริษัทอื่นเป็นครั้งคราวในการให้บริการที่จำกัดในนามของเรา เช่น การจัดส่งการสั่งซื้อและจดหมาย การตอบคำถามของลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ การดำเนินการลงทะเบียนกิจกรรม หรือการวิเคราะห์บริการของเราทางสถิติ เราจะให้ข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็นสำหรับบริษัทเหล่านี้ในการให้บริการเท่านั้น และบริษัทเหล่านี้จะไม่สามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้

Microsoft อาจเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคุณ รวมทั้งเนื้อหาของการติดต่อสื่อสารของคุณ เพื่อ (a) ปฏิบัติตามกฎหมายหรือดำเนินการตามข้อกำหนดหรือกระบวนการทางกฎหมาย (b) ปกป้องสิทธิหรือทรัพย์สินของ Microsoft หรือลูกค้าของเรา รวมทั้งการบังคับใช้ข้อตกลงหรือนโยบายที่กำกับดูแลการใช้บริการของคุณอยู่ (c) ดำเนินการตามความเชื่ออย่างสุจริตใจว่าการเข้าถึงหรือเปิดเผยนั้นมีความจำเป็นในการปกป้องความปลอดภัยส่วนตัวของพนักงานและลูกค้าของ Microsoft หรือสาธารณะ และเราอาจเปิดเผยข้อมูลของคุณในการดำเนินธุรกรรมขององค์กรเช่น การควบรวมกิจการหรือการขายทรัพย์สิน


เด็ก

การใช้งาน Windows Phone ไม่ได้มีไว้สำหรับเด็กโดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ใหญ่ เราอาจขอความยินยอมจากผู้ปกครองในการสร้างบัญชี Microsoft สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี (หรือมากกว่าในเขตอำนาจศาลบางแห่ง) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศต่างๆ การให้อนุญาตในการสร้างบัญชี Microsoft จะเป็นการอนุญาตให้เด็กใช้บริการใดๆ ของ Microsoft ที่ต้องใช้บัญชี Microsoft และบริการหลายบริการต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลอื่นๆ และอาจเป็นการอนุญาตให้เด็กติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ ผู้ปกครองจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนความยินยอมโดยการเปลี่ยนการตั้งค่าบัญชีของเด็กในบัญชี Microsoft ของตนได้ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชี Microsoft โปรดดู บัญชี Microsoft ด้านล่าง


การแสดงโฆษณา

เว็บไซต์บางเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมรวมทั้งแอพพลิเคชั่นบางอย่างที่คุณดาวน์โหลดจาก Store อาจแสดงโฆษณาโดยใช้แพลตฟอร์มการโฆษณาของ Microsoft ซึ่งรวมไปถึงโฆษณาที่ปรับให้เป็นส่วนตัวที่เราเชื่อว่าคุณอาจสนใจ Microsoft Advertising ยังอาจใช้บริษัทโฆษณาภายนอกในการแสดงโฆษณาในแอพพลิเคชั่นที่ใช้แพลตฟอร์มโฆษณาของเรา ในกรณีดังกล่าว เราอาจส่ง ID ที่ไม่ซ้ำกันไปยังบริษัทภายนอกเหล่านั้นไปพร้อมกับการร้องขอโฆษณา คุณสามารถเลือกที่จะไม่รับโฆษณาที่ปรับให้เป็นส่วนตัวจาก Microsoft Advertising และหยุดส่ง ID ที่ไม่ซ้ำกันไปยังเครือข่ายโฆษณาภายนอกที่ Microsoft Advertising ใช้ได้โดยการไปที่เพจไม่เลือกรับของเรา เพียงลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ที่เชื่อมโยงกับ Windows Phone ของคุณและที่คุณใช้ในการเข้าถึง Store จากนั้นเลือกตัวเลือกไม่เลือกรับ ปรับโฆษณาให้เป็นส่วนตัวทุกครั้งที่ฉันใช้บัญชี Microsoft สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Microsoft Advertising เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล โปรดดูประกาศสิทธิส่วนบุคคลของ Microsoft Advertising

เว็บไซต์ที่คุณเข้าชมและแอพพลิเคชั่นที่คุณดาวน์โหลดจาก Store ยังอาจใช้แพลตฟอร์มการโฆษณานอกเหนือจากแพลตฟอร์ม Microsoft Advertising อีกด้วย ในกรณีดังกล่าว Microsoft จะไม่สามารถควบคุมกิจกรรมของเครือข่ายโฆษณาภายนอกได้ Microsoft แนะนำให้คุณอ่านนโยบายสิทธิส่วนบุคคลและหลักปฏิบัติของแอพพลิเคชั่นที่แสดงโฆษณาเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่ส่งไปยังเครือข่ายโฆษณา รวมทั้งเครือข่ายโฆษณาอื่นๆ นอกเหนือจากแพลตฟอร์มการโฆษณาของ Microsoft และการควบคุมแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมใดๆ เกี่ยวกับการแสดงโฆษณา


วิธีการที่เราติดต่อสื่อสารกับคุณ

เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้หรือสร้างบัญชี Microsoft เราจะขออีเมลแอดเดรสและการอนุญาตจากคุณเพื่อส่งเคล็ดลับและข้อมูลไปให้คุณทางอีเมล เราอาจส่งการติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับบริการที่จำเป็นเช่น จดหมายต้อนรับ (เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นใช้งานโทรศัพท์ของคุณ) การแจ้งเตือนการเรียกเก็บเงิน ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาบริการทางเทคนิค และข้อมูลด้านความปลอดภัย ไปยังอีเมลแอดเดรสที่คุณให้ไว้ขณะสร้างบัญชี Microsoft แม้ว่าคุณจะเลือกที่จะไม่รับเคล็ดลับและข้อมูลทางอีเมลต่อไปก็ตาม เรายังอาจส่งข้อมูลด้านความปลอดภัยหรือการยืนยันการรีเซ็ตรหัสผ่านไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงกับโทรศัพท์ของคุณ

หากคุณได้รับอีเมลส่งเสริมการขายจากเราและต้องการหยุดรับในอนาคต คุณสามารถทำได้โดยทำตามคำแนะนำในข้อความนั้น คุณยังสามารถจัดการความต้องการในการรับการสื่อสารได้โดยไปที่เพจ การตั้งค่าการรับการสื่อสารตามความต้องการ ของ Microsoft


ที่เก็บข้อมูลและการถ่ายโอนข้อมูล

ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยหรือส่งไปยัง Microsoft โดย Windows Phone อาจถูกจัดเก็บและดำเนินการในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ ที่ Microsoft หรือบริษัทในเครือ บริษัทย่อย หรือผู้ให้บริการดำเนินธุรกิจ Microsoft ปฏิบัติตามกรอบโครงสร้างการให้ความคุ้มครองแห่งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (U.S.-EU Safe Harbor Framework) และกรอบโครงสร้างการให้ความคุ้มครองแห่งสหรัฐเมริกาและสวิตเซอร์แลนด์ (U.S.-Swiss Safe Harbor Framework) ที่กำหนดโดยกระทรวงพาณิชย์แห่งสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการรักษาข้อมูลจากเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการให้ความคุ้มครอง และดูใบรับรองของเรา โปรดไปที่ www.export.gov/safeharbor/


ความปลอดภัยของข้อมูลของคุณ

Microsoft มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลของคุณ เราจะใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยต่างๆ เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลของคุณจากการเข้าถึง การใช้ และการเปิดเผยที่ไม่ได้รับอนุญาต ตัวอย่างเช่น เราจะจัดเก็บข้อมูลที่คุณระบุในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีสิทธิ์การเข้าถึงที่จำกัดซึ่งอยู่ในสถานที่ที่มีการควบคุม

เราแนะนำให้คุณทำตามขั้นตอนเพื่อปกป้องข้อมูลในโทรศัพท์ของคุณโดยใช้คุณสมบัติรหัสผ่านล็อกหน้าจอ ด้วยคุณสมบัตินี้ คุณจะต้องมีรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงแอพพลิเคชั่นและข้อมูลส่วนใหญ่ในโทรศัพท์ของคุณเมื่อโทรศัพท์ถูกล็อก ในการเปิดคุณสมบัตินี้ ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > หน้าจอเมื่อล็อก แล้วสลับ รหัสผ่าน เป็น เปิด คุณยังสามารถกำหนดช่วงเวลาที่ไม่มีการใช้งานก่อนที่หน้าจอของคุณจะหมดเวลาและล็อกตัวเอง เมื่อคุณตั้งค่ากระเป๋าสตางค์ในโทรศัพท์ของคุณ คุณอาจเลือกที่จะปกป้องด้วย "รหัส PIN กระเป๋าสตางค์" ดู กระเป๋าสตางค์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณสร้างบัญชีบริษัทที่ให้คุณสามารถเข้าถึงอีเมลหรือแอพพลิเคชั่นขององค์กรได้ องค์กรนั้นอาจใช้นโยบายกับโทรศัพท์ของคุณที่ต้องให้คุณล็อกหรือเปลี่ยนคุณสมบัติรหัสผ่านหน้าจอ ดู บัญชีบริษัท และ อีเมล + บัญชี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ดูแลระบบของคุณอาจใช้การเข้ารหัส BitLocker® Phone ด้วย หากโทรศัพท์ของคุณหายหรือถูกขโมย และหากคุณได้ล็อกโทรศัพท์ของคุณด้วยรหัสผ่านแล้ว การเข้ารหัส BitLocker จะทำให้ผู้ไม่หวังดีกู้คืนข้อมูลสำคัญจากโทรศัพท์ได้ยากขึ้น โปรดทราบว่า แม้ว่าจะใช้ BitLocker แล้ว ข้อมูลที่จัดเก็บใน SD Card (การ์ดหน่วยความจำที่ถอดออกได้) นั้นจะไม่ถูกเข้ารหัส


การเปลี่ยนแปลงประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้

เราจะอัพเดตประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราวเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์และบริการของเรา และเพื่ออธิบายหลักปฏิบัติจากประสบการณ์และผลตอบกลับของลูกค้า เมื่อเราทำการเปลี่ยนแปลง เราจะแก้ไขวันที่ "อัพเดตล่าสุด" ที่ด้านบนของประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้ หรือวิธีการใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณของ Microsoft เราจะแจ้งให้คุณทราบโดยการประกาศการเปลี่ยนแปลงก่อนทำการเปลี่ยนแปลงนั้น หรือโดยการส่งการแจ้งไปให้คุณโดยตรง เราแนะนำให้คุณตรวจสอบประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้เป็นระยะๆ เพื่อรับรู้วิธีการเก็บรวบรวม การใช้ และการปกป้องข้อมูลของคุณของ Microsoft


สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม/การร้องขอการเข้าถึง

Microsoft ยินดีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้ หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกาศเหล่านี้ เชื่อว่าเรายังไม่ได้ปฏิบัติตามประกาศเหล่านี้ หรือต้องการร้องขอการเข้าถึงข้อมูลที่เราได้เก็บรวบรวมเกี่ยวกับคุณ โปรดติดต่อเราโดยใช้แบบฟอร์มเว็บหรือใช้ข้อมูลการติดต่อที่ระบุไว้ด้านล่าง

สิทธิส่วนบุคคลของ Microsoft
Microsoft Corporation
One Microsoft Way
Redmond, Washington 98052 USA


คุณสมบัติบางประการ:


งานที่ทำอยู่เบื้องหลัง

เพื่อการเปิดใช้งานและการสลับระหว่างแอพพลิเคชั่นที่รวดเร็ว แอพบางอย่างอาจทำงานอยู่ในเบื้องหลังต่อไปแม้ว่าจะไม่เปิดอยู่ในโทรศัพท์ของคุณก็ตาม ตัวอย่างเช่น แอพอาจอัพเดตตำแหน่งเป็นระยะๆ หรือดาวน์โหลดข้อมูลจากเว็บเพื่อให้สามารถใช้งานได้เมื่อคุณเริ่มต้น

คุณสามารถดูรายการแอพที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในโทรศัพท์ของคุณได้ผ่าน การตั้งค่า แอพบางอย่างจะให้ตัวเลือกในการปิดหรือเปิดความสามารถในการทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่คุณอาจไม่สามารถปิดใช้งานความสามารถนี้สำหรับแอพทั้งหมดได้ ในกรณีนั้น คุณสามารถลบแอพออกจากโทรศัพท์ของคุณหากคุณไม่ต้องการให้ทำงานอยู่เบื้องหลัง

ทางเลือกของคุณ

วิธีดูแอพทั้งหมดที่อยู่ในโทรศัพท์ของคุณที่สามารถทำงานอยู่ในเบื้องหลังได้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > งานที่ทำอยู่เบื้องหลัง
  2. แตะปุ่ม ขั้นสูง

วิธีการบล็อกแอพไม่ให้ทำงานอยู่เบื้องหลัง

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > งานที่ทำอยู่เบื้องหลัง
  2. แตะแอพที่คุณต้องการบล็อกไม่ให้ทำงานอยู่เบื้องหลัง
  3. แตะปุ่ม บล็อก

วิธีการเปิดความสามารถของแอพในการทำงานอยู่ในเบื้องหลัง

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > งานที่ทำอยู่เบื้องหลัง
  2. แตะแอพที่คุณต้องการยกเลิกการบล็อก
  3. แตะปุ่ม เปิดงานที่ทำอยู่เบื้องหลังสำหรับแอพนี้อีกครั้งในครั้งถัดไปที่ฉันเปิดใช้งานแอพ


สำรองข้อมูล

เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ในโทรศัพท์ของคุณ คุณจะสามารถเลือกบันทึกเนื้อหาหรือการตั้งค่าในเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft ได้โดยอัตโนมัติเพื่อที่คุณจะมีการสำรองข้อมูลอยู่เสมอหากมีบางอย่างเกิดขึ้นหรือเมื่อคุณเปลี่ยนโทรศัพท์ของคุณ คุณจะถูกถามว่าคุณต้องการ "สำรองข้อมูลของคุณ" ระหว่างการตั้งค่าหรือไม่ ด้วยการเลือกเพียงอย่างเดียวนี้ คุณจะสามารถเปิดการอัปโหลดอัตโนมัติสำหรับภาพถ่ายที่มีความละเอียดจำกัดไปยัง OneDrive ได้เมื่อคุณถ่ายภาพ รวมทั้งเปิดการซิงค์ข้อความ SMS และ MMS อย่างต่อเนื่องไปยังบัญชี Hotmail/Outlook ของคุณ และเปิดการสร้างการสำรองข้อมูลรายวันสำหรับการตั้งค่าต่างๆ มากมายในโทรศัพท์ของคุณ เช่น รายการแอพที่คุณติดตั้งไว้ สีชุดรูปแบบของคุณ เว็บไซต์ที่ชอบใน Internet Explorer และอื่นๆ

หลังจากคุณเริ่มตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณแล้ว คุณจะยังสามารถจัดการการตั้งค่าสำรองข้อมูลของคุณอย่างละเอียดได้และเลือกตัวเลือกสำหรับข้อมูลที่คุณสำรองข้อมูล ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเลือกที่จะอัปโหลดวิดีโอและภาพถ่ายไปยัง OneDrive ได้ หรือคุณสามารถเลือกที่จะอัปโหลดภาพถ่ายและวิดีโอแบบความละเอียดสูง หรือคุณสามารถเลือกที่จะอัปโหลดภาพถ่ายและการตั้งค่าเท่านั้น แต่ปิดการซิงค์ SMS และ MMS

หากคุณเปิดการสำรองข้อมูลของคุณ โทรศัพท์ของคุณจะพยายามบันทึกการสำรองข้อมูลการตั้งค่าของคุณวันละหนึ่งครั้ง (โดยปกติแล้วจะทำในช่วงกลางคืน) โดยใช้การเชื่อมต่อ Wi-Fi หากโทรศัพท์ของคุณไม่ได้เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ประมาณหนึ่งสัปดาห์ โทรศัพท์ของคุณจะพยายามส่งการสำรองข้อมูลโดยใช้การเชื่อมต่อข้อมูลเครือข่ายโทรศัพท์ตามการตั้งค่าข้อมูลอัจฉริยะของคุณ (ซึ่งจะอนุญาตให้คุณจัดการการใช้ข้อมูลของคุณตามแผนบริการข้อมูลของคุณ) ภาพถ่ายของคุณจะพยายามอัปโหลดในขณะที่คุณถ่ายภาพ และข้อความ SMS ของคุณจะพยายามซิงค์ในช่วงเวลาที่คุณกำหนดสำหรับการซิงค์กับบัญชี Microsoft ของคุณ

ทางเลือกของคุณ

ในการเปิดการสำรองข้อมูลภาพถ่ายแบบความละเอียดจำกัดและการตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณ รวมทั้งการซิงค์ข้อความ SMS และ MMS ระหว่างการตั้งค่าโทรศัพท์ ให้เลือก ใช่ เมื่อถูกพร้อมท์ว่าคุณต้องการ "สำรองข้อมูลของคุณ" หรือไม่

วิธีเปลี่ยนการตั้งค่าการสำรองข้อมูลและตัวเลือกซึ่งสามารถทำได้ตลอดเวลา

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > สำรองข้อมูล
  2. แตะ รายการแอพ + การตั้งค่า ข้อความ SMS หรือภาพถ่าย + วิดีโอ แล้วทำตามพร้อมท์หน้าจอสำหรับคำแนะนำและตัวเลือก

วิธีลบรายการแอพก่อนหน้า + การสำรองข้อมูลการตั้งค่า (ไม่มีผลกับข้อความหรือภาพถ่ายและวิดีโอซึ่งต้องจัดการจาก Hotmail/Outlook และ OneDrive ตามลำดับ)

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > รายการแอพ + การตั้งค่า
  2. แตะปุ่ม ขั้นสูง
  3. แตะปุ่ม ลบ

ดู ข้อความ และ ภาพถ่าย + กล้อง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติเหล่านี้


บัญชีบริษัท

บริษัทบางบริษัทจะเสนอแอพและวิธีอื่นๆ ในการเชื่อมต่อกับธุรกิจของคุณได้ดีขึ้น เพื่อความปลอดภัย เมื่อคุณเข้าถึงแอพเหล่านี้ บริษัทของคุณอาจใช้นโยบาย กับโทรศัพท์ของคุณที่จะให้บริษัทกำหนดให้คุณใช้รหัสผ่านหน้าจอเมื่อล็อก เข้าถึงที่เก็บข้อมูลภายในโทรศัพท์ และ/หรือปิดใช้งาน SD Card ของคุณ และยังสามารถลบเนื้อหาทั้งหมดในโทรศัพท์ของคุณจากระยะไกล (รวมทั้งเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท) หากคุณลงทะเบียนโทรศัพท์ของคุณกับบริษัท คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่าคุณต้องการเชื่อมโยงโทรศัพท์ของคุณกับบัญชีบริษัทหรือไม่และตระหนักถึงนโยบายของบริษัทในด้านนี้

ทางเลือกของคุณ

วิธีการเพิ่มบัญชีบริษัท

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > แอพบริษัท
  2. แตะปุ่ม เพิ่มบัญชี

วิธีการลบบัญชีบริษัท

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > แอพบริษัท
  2. แตะชื่อบัญชีที่ลงทะเบียน
  3. แตะไอคอนขยะ


อีเมล + บัญชี

เมื่อคุณเพิ่มบัญชีอีเมลในโทรศัพท์ของคุณหรือเชื่อมต่อบัญชีมีเดียสังคมกับบัญชี Microsoft ที่เชื่อมโยงกับโทรศัพท์ของคุณตามการตั้งค่าของโทรศัพท์ของคุณ โทรศัพท์ของคุณอาจรับข้อความ รายชื่อ ภาพถ่าย ฟีด และเอกสารโดยอัตโนมัติเพื่ออัพเดตข้อมูลจากบัญชีเหล่านี้ในโทรศัพท์ของคุณอยู่เสมอ หากคุณตั้งค่าบัญชี Outlook Exchange ในโทรศัพท์ของคุณ ผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณจะสามารถนำนโยบายเหล่านี้ไปใช้กับโทรศัพท์ของคุณ ซึ่งจะอนุญาตให้พวกเขากำหนดให้คุณใช้รหัสผ่านหน้าจอเมื่อล็อกหรือปิดใช้งาน SD Card ของคุณได้ ผู้ดูแลระบบยังสามารถลบเนื้อหาทั้งหมดในโทรศัพท์ของคุณจากระยะไกลได้ (รวมทั้งเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท)

เมื่อคุณแบ่งปันเนื้อหาจากโทรศัพท์ของคุณไปยังเครือข่ายสังคม เนื้อหาของคุณจะถูกอัปโหลดโดยตรงไปยังเครือข่ายนั้น อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายที่โพสต์ไปยังเครือข่ายสังคมบางอย่าง (เช่น Twitter) จะถูกโฮสต์ใน OneDrive ในกรณีดังกล่าว เมื่อคุณแบ่งปันภาพถ่ายจากโทรศัพท์ของคุณ ภาพถ่ายจะถูกอัปโหลดไปยังโฟลเดอร์สาธารณะบน OneDrive และลิงก์ไปยังเนื้อหานั้นจะถูกโพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งหมายความว่าผู้ใดก็ตามที่สามารถเข้าถึงลิงก์ได้ หรือผู้ใดก็ตามที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตที่พบโฟลเดอร์นั้น จะสามารถเข้าถึงเนื้อหาบน OneDrive ได้ แม้ว่าคุณจะโพสต์ลิงก์ให้กับผู้รับชมส่วนตัว นอกจากนั้น ผู้ที่สามารถเข้าถึงโฟลเดอร์สาธารณะบน OneDrive จะสามารถเข้าถึงไม่เฉพาะภาพถ่ายที่คุณโพสต์บนเครือข่ายสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเนื้อหาอื่นๆ ทั้งหมดในโฟลเดอร์นั้นด้วย หากคุณลบภาพถ่ายออกจากเครือข่ายสังคม เนื้อหาจะยังคงอยู่ในโฟลเดอร์สาธารณะบน OneDrive เว้นแต่คุณจะไปที่ OneDrive แล้วลบเนื้อหาออกต่างหาก

ทางเลือกของคุณ

คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของบัญชีส่วนใหญ่ได้เพื่ออัพเดตเนื้อหาของคุณให้บ่อยน้อยลงหรือเมื่อคุณเลือกเท่านั้น

วิธีเปลี่ยนการตั้งค่าความถี่ในการอัพเดตเนื้อหาที่คุณซิงค์

  1. ไปที่ การตั้งค่า > อีเมล + บัญชี
  2. แตะบัญชีที่คุณต้องการเปลี่ยน
  3. ในรายการ ดาวน์โหลดเนื้อหาใหม่ เลือกความถี่ที่คุณต้องการได้รับเนื้อหาที่อัพเดต หากคุณต้องการรับเนื้อหาเมื่อคุณร้องขอเท่านั้น แตะ ด้วยตนเอง
  4. ในรายการ เนื้อหาที่จะซิงค์ (ถ้ามี) ล้างการทำเครื่องหมายในกล่องของเนื้อหาที่คุณไม่ต้องการซิงค์

เนื้อหาจากบัญชี Facebook จะถูกอัพเดตโดยอัตโนมัติเสมอ หากคุณไม่ต้องการได้รับการอัพเดตจาก Facebook คุณต้องลบบัญชี Facebook ออกจากโทรศัพท์ของคุณ

วิธีลบบัญชี

  1. ไปที่ การตั้งค่า > อีเมล + บัญชี
  2. แตะบัญชีที่คุณต้องการลบค้างไว้
  3. แตะ ลบ


ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว

คุณสมบัติค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัวให้คุณสามารถทำแผนที่ โทรหา ล็อก หรือลบโทรศัพท์ของคุณได้จาก หน้า Windows Phone ของฉัน คุณจะต้องป้อนหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ แล้วเราอาจใช้หมายเลขนั้นเพื่อโทรหาหรือส่งข้อความ SMS ไปยังโทรศัพท์ที่หายไปของคุณตามการร้องขอของคุณ หากคุณเคยร้องขอก่อนหน้านี้แล้วว่าโทรศัพท์ของคุณถูกล็อก เราจะใช้อีเมลแอดเดรสติดต่อที่ให้ไว้สำหรับบัญชี Microsoft เพื่อให้คำแนะนำกับคุณในการปลดล็อกโทรศัพท์ของคุณ เรายังจะเก็บรวบรวมข้อมูลการวินิจฉัยเป็นระยะๆ เกี่ยวกับโทรศัพท์ของคุณ เช่น ระดับแบตเตอรี่ของคุณ ความสามารถของโทรศัพท์ (ว่า SMS หรือบริการค้นหาตำแหน่ง GPS พร้อมใช้งานหรือไม่) และโทรศัพท์มีรหัสผ่านหน้าจอเมื่อล็อกหรือเปิดใช้งานการล็อก SIM หรือไม่ เพื่อให้บริการคุณสมบัติอื่นๆ ที่อนุญาตให้คุณล็อกและ/หรือลบอุปกรณ์จากระยะไกลได้


เราจะระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ของคุณในคุณสมบัติค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัวโดยใช้วิธีสองวิธี

  1. หากคุณเปิดคุณสมบัติ "บันทึกตำแหน่งของฉันทุกสองสามชั่วโมงเพื่อการทำแผนที่ที่ดีขึ้น" จากการตั้งค่าค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัวในโทรศัพท์ของคุณ ตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณจะถูกส่งเป็นระยะๆ ไปยังบัญชีออนไลน์ของคุณที่ หน้า Windows Phone ของฉัน ซึ่งจะมีประโยชน์ในกรณีที่โทรศัพท์หายถูกปิดหรือแบตเตอรี่หมด คุณสมบัติค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัวจะจัดเก็บตำแหน่งที่ทราบสุดท้ายของโทรศัพท์ของคุณเท่านั้น เมื่อตำแหน่งใหม่ถูกส่งไป ตำแหน่งเก่าจะถูกแทนที่
  2. แม้ว่าคุณจะไม่ได้เปิดคุณสมบัตินั้น คุณก็ยังคงสามารถค้นหาตำแหน่งปัจจุบันของโทรศัพท์ของคุณได้ โดยลงชื่อเข้าใช้ในบัญชีออนไลน์ของคุณที่ หน้า Windows Phone ของฉัน โปรดทราบว่าเมื่อคุณร้องขอจากบัญชีออนไลน์ของคุณ ตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณจะถูกเรียกดูแม้ว่าบริการค้นหาตำแหน่งของคุณจะเปิดอยู่ในโทรศัพท์ของคุณหรือไม่ก็ตาม

ทางเลือกของคุณ

คุณสมบัติ "บันทึกตำแหน่งของฉันทุกสองสามชั่วโมงเพื่อการทำแผนที่ที่ดีขึ้น" จะถูกปิดอยู่ตามค่าเริ่มต้น วิธีเปิดคุณสมบัติ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว
  2. เลือก บันทึกตำแหน่งโทรศัพท์ของฉันเป็นระยะๆ และก่อนแบตเตอรี่จะหมดเพื่อทำให้ค้นหาได้ง่ายขึ้น

สำหรับวิธีปิดใช้งานคุณสมบัติค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัวอย่างสมบูรณ์ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้คุณสมบัติทำงานได้แม้ว่าคุณจะมีการร้องขอเป็นการเฉพาะผ่านระบบออนไลน์ก็ตามนั้น ให้เข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ของคุณที่ หน้า Windows Phone ของฉัน จากนั้น:

  1. คลิก บัญชี
  2. คลิก ลบโทรศัพท์นี้


Internet Explorer Mobile

การแนะนำอัตโนมัติ

เพื่อช่วยให้คุณค้นหาเนื้อหาที่คุณต้องการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น Internet Explorer จะแนะนำเว็บไซต์ขณะที่คุณพิมพ์โดยอัตโนมัติในเบราว์เซอร์ การแนะนำอัตโนมัติอาจมาจากประวัติของคุณหรือเว็บไซต์ที่ชอบที่จัดเก็บอยู่ในโทรศัพท์ของคุณหรือจากบริการของ Bing ในการรับการแนะนำจากบริการ Bing สิ่งที่คุณพิมพ์ในแถบที่อยู่หรือแถบค้นหาจะถูกส่งไปยังบริการ Bing ขณะที่คุณพิมพ์ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลของ Bing โปรดตรวจสอบประกาศสิทธิส่วนบุคคลของ Bing

ทางเลือกของคุณ

หากคุณไม่ต้องการรับการแนะนำจากบริการ Bingใน Internet Explorer

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Internet Explorer > การตั้งค่าขั้นสูง
  2. ล้าง รับคำแนะนำจาก Bing ขณะที่ฉันพิมพ์

คุกกี้

เว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมโดยใช้ Internet Explore อาจใช้ "คุกกี้" (ไฟล์ข้อความเล็กๆ ที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บใส่ไว้ในโทรศัพท์ของคุณเพื่อการระบุโทรศัพท์ของคุณ) ในการจัดเก็บและอ่านไฟล์ข้อมูลใน Windows Phone ของคุณ คุกกี้จะถูกกำหนดไปยังโทรศัพท์ของคุณโดยเฉพาะ และสามารถอ่านได้โดยเว็บไซต์หรือเซิร์ฟเวอร์ของเว็บในโดเมนที่ออกคุกกี้ให้คุณ คุกกี้จะไม่สามารถนำไปใช้เพื่อเรียกใช้งานโปรแกรมหรือส่งไวรัสไปยังโทรศัพท์ของคุณได้ โดยทั่วไปแล้วคุกกี้จะใช้เพื่อปรับแต่งการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณหรือเพื่อให้คุณประหยัดเวลา ตัวอย่างเช่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อ คุกกี้อาจมีข้อมูลเกี่ยวกับรถเข็นช้อปปิ้งเช่น การเลือกปัจจุบันของคุณ รวมทั้งข้อมูลติดต่อเช่น ชื่อของคุณ หรืออีเมลแอดเดรส

คุณสามารถที่จะยอมรับหรือปฏิเสธคุกกี้ได้ใน Internet Explorer หากคุณตัดสินใจที่จะบล็อกคุกกี้ คุณอาจไม่สามารถดูเว็บไซต์บางเว็บไซต์ หรือรับประโยชน์จากคุณสมบัติในการปรับแต่งได้ (เช่น ข่าวหรือสภาพอากาศท้องถิ่น หรือราคาหุ้น) นอกจากความสามารถในการยอมรับหรือบล็อกคุกกี้ทั้งหมดแล้ว คุณยังสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้แบบ "บล็อกบางรายการ" ของ Internet Explorer ซึ่งจะเป็นการอนุญาตคุกกี้บางรายการแต่ไม่ทั้งหมด ตัวอย่างเช่น การตั้งค่านี้จะบล็อกคุกกี้ภายนอกจากไซต์ที่ไม่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่รัดกุม และคุกกี้ที่จะบันทึกข้อมูลที่สามารถนำมาใช้เพื่อติดต่อคุณโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากคุณอย่างเปิดเผย

ทางเลือกของคุณ

คุณสามารถจัดการวิธีใช้คุกกี้ในโทรศัพท์ของคุณได้ วิธีจัดการคุกกี้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Internet Explorer > การตั้งค่าขั้นสูง
  2. เลือก ยอมรับทั้งหมด บล็อกบางรายการ หรือบล็อกทั้งหมด

Data Sense

การตั้งค่า Data Sense ใน Internet Explorer Mobile ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการใช้ข้อมูลของคุณโดยการกำหนดเส้นทางการร้องขอของเว็บเพจผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft เพื่อปรับเนื้อหาเว็บ เช่น ภาพ JavaScript และข้อความให้เหมาะสม ในการดำเนินการ URL ที่คุณเรียกดู (ยกเว้น HTTPS URL) จะถูกส่งไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ ("ไซต์ดั้งเดิม") และเซิร์ฟเวอร์ของ Data Sense ที่จัดให้โดย Microsoft จากข้อมูลที่ส่งกลับมาจากไซต์ดั้งเดิมและข้อมูลที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของ Data Sense จะมีการตัดสินใจว่าจะดึงข้อมูลของเนื้อหาเว็บจากไซต์ดั้งเดิมหรือใช้บริการ Data Sense เพื่อแสดงเนื้อหาที่แคชหรือที่ถูกบีบ เมื่อเวลาผ่านไปและเมื่อมีผู้ใช้มากขึ้น Microsoft จะสามารถแคชเนื้อหาเว็บไซต์ที่เลือกสำหรับผู้ใช้ในอนาคตได้

ข้อมูล URL ที่เก็บรวบรวมในการปรับเบราว์เซอร์ให้เหมาะสมจะไม่ถูกใช้เพื่อการระบุ ติดต่อ หรือกำหนดเป้าหมายการโฆษณาไปยังคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ หรือสร้างโปรไฟล์ประวัติการเรียกดูของคุณ แต่จะใช้เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพโดยรวม ระบุโอกาสในการปรับการแคชและภาพให้เหมาะสม และปรับปรุงบริการโดยทั่วไป กิจกรรม URL จะสัมพันธ์กับ ID แบบสุ่มที่ไม่ซ้ำกันที่จะกำหนดให้โทรศัพท์แต่ละเครื่องเป็นเวลา 30 วันโดยประมาณเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ID นี้จะใช้เพื่อระบุว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ได้รับการเยี่ยมชม 100 ครั้งจากโทรศัพท์เครื่องเดียวหรือจากโทรศัพท์ 100 เครื่องในครั้งเดียว เรายังพยายามแยกพารามิเตอร์การสอบถาม (ตัวอย่างเช่น คำค้นหา) จากข้อมูล URL และจัดเก็บและวิเคราะห์เฉพาะ URL รากเท่านั้น

ทางเลือกของคุณ

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้คุณสมบัติการปรับเบราว์เซอร์ข้อมูลอัจฉริยะให้เหมาะสมหรือไม่ คุณสามารถเข้าร่วมได้โดยเลือกการตั้งค่าแบบแนะนำในการใช้ Internet Explorer ครั้งแรกหรือโดยการเปิดหรือปิดได้ในภายหลัง

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Internet Explorer > การตั้งค่าขั้นสูง
  2. เลือกหรือยกเลิกการเลือก ลดการใช้ข้อมูลโดยส่ง URL ไปยังบริการ Data Sense

อย่าติดตาม

เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ในเบราว์เซอร์ใดๆ คุณจะแบ่งปันข้อมูลกับเว็บไซต์นั้นโดยอัตโนมัติ เช่น คุกกี้ ที่อยู่ IP ของคุณ และข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ หากเว็บไซต์มีเนื้อหาที่ให้ไว้โดยเว็บไซต์ภายนอก (ตัวอย่างเช่น แผนที่ โฆษณา หรือเครื่องมือตรวจวัดเว็บ เช่น บีคอนเว็บ หรือสคริปต์) ข้อมูลบางอย่างนี้อาจถูกส่งไปยังผู้ให้เนื้อหาโดยอัตโนมัติ แม้ว่ากิจกรรมนี้จะมีประโยชน์หลายประการก็ตาม ซึ่งรวมไปถึงการแสดงเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุนจากโฆษณาในเว็บไซต์ฟรี แต่ก็อาจส่งผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัวได้เนื่องจากผู้ให้เนื้อหาอาจติดตามคุณไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ได้

หากคุณเลือก Internet Explorer สามารถส่งการร้องขอ "อย่าติดตาม" ไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและไปยังบุคคลภายนอกที่มีเนื้อหาที่โฮสต์ในไซต์เหล่านั้นได้เพื่อแจ้งให้ไซต์ทราบว่าคุณไม่ต้องการถูกติดตาม เว็บไซต์อาจยังคงทำกิจกรรมต่างๆ ที่คุณอาจถือว่าเป็นการติดตามแม้ว่าคุณจะระบุความต้องการนี้แล้วก็ตาม การดำเนินการนี้จะขึ้นอยู่กับหลักปฏิบัติบางอย่างของเว็บไซต์

ทางเลือกของคุณ

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะส่งคำร้องขอ "อย่าติดตาม" ขณะคุณเรียกดูหรือไม่ คุณสามารถส่งการร้องขอได้โดยเลือกการตั้งค่าแบบแนะนำในการใช้ Internet Explorer ครั้งแรกหรือโดยการเปิดหรือปิดได้ในภายหลัง

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Internet Explorer > การตั้งค่าขั้นสูง
  2. เลือกหรือยกเลิกการเลือก ส่งการร้องขอ "อย่าติดตาม" ไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม

เว็บไซต์ที่ชอบและประวัติการเรียกดู

Internet Explorer จะจัดเก็บเว็บไซต์ที่คุณบันทึกไว้ในโทรศัพท์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่ชอบเช่นเดียวกับประวัติ URL ที่คุณได้เยี่ยมชมเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อช่วยปรับปรุงบริการและการแนะนำของ Bing คุณยังสามารถอนุญาต Internet Explorer ให้เก็บรวมรวมและส่งข้อมูลประวัติการเรียกดูนี้ไปยัง Microsoft ได้ ข้อมูลประวัติการเรียกดูจะถูกรวบรวมโดย Bing เข้ากับข้อมูลการเรียกดูของผู้ใช้อื่นๆ เพื่อการวิเคราะห์ (ตัวอย่างเช่น เพื่อช่วยให้คำแนะนำที่ดีขึ้นกับผู้ใช้ขณะที่พิมพ์) และจะไม่ถูกใช้เพื่อการระบุ ติดต่อ หรือกำหนดเป้าหมายการโฆษณาไปยังคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ

ทางเลือกของคุณ

คุณสามารถล้างรหัสผ่านเว็บไซต์ที่คุณขอให้ Internet Explorer บันทึก รายการในโฟลเดอร์ประวัติของ Internet Explorer ข้อมูลรูปแบบเว็บ ไฟล์อินเทอร์เน็ตชั่วคราว และคุกกี้ที่ถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์ของคุณได้ คุณสมบัตินี้จะลบข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณแต่จะไม่ลบประวัติการเรียกดูหรือข้อมูลการค้นหาที่ถูกส่งไปยัง Microsoft ก่อนหน้านี้ วิธีลบประวัติการเรียกดูในโทรศัพท์ของคุณ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Internet Explorer
  2. แตะ ลบประวัติ

คุณสามารถเลือกที่จะส่งประวัติการเรียกดูไปยัง Microsoft เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน Bing ค้นหา โดยเลือก การตั้งค่าที่แนะนำ เมื่อใช้ Internet Explorer ครั้งแรก หรือโดยการเปิดหรือปิดการตั้งค่านี้ได้ตลอดเวลา โดยทำดังนี้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Internet Explorer > ขั้นสูง
  2. เลือกหรือล้าง ส่งประวัติการเรียกดูไปยัง Microsoft เพื่อช่วยปรับปรุงบริการของ Bing

ตำแหน่ง

หากคุณอนุญาตให้เว็บไซต์เข้าถึงตำแหน่งของคุณได้ ทุกครั้งที่โทรศัพท์ของคุณร้องขอตำแหน่ง ข้อมูลเกี่ยวกับเสาเครือข่ายโทรศัพท์ใกล้เคียง จุดเข้าถึง Wi-Fi และข้อมูลระบบค้นหาตำแหน่งสากล (GPS) อาจถูกเก็บรวบรวมโดยบริการค้นหาตำแหน่งของ Microsoft และถูกนำไปใช้เพื่อช่วยระบุตำแหน่งโดยประมาณของโทรศัพท์ของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลการค้นหาตำแหน่ง

ทางเลือกของคุณ

คุณจะถูกถามว่าคุณต้องการอนุญาตให้เว็บไซต์ร้องขอข้อมูลตำแหน่งของคุณเมื่อเว็บไซต์นั้นร้องขอไปยังโทรศัพท์ของคุณหรือไม่ คุณสามารถหยุดไซต์ทั้งหมดจากการพร้อมท์การอนุญาตตำแหน่งของคุณได้ทุกเมื่อ โดย

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Internet Explorer > ขั้นสูง
  2. ปิดสวิตช์ อนุญาตให้เข้าใช้งานตำแหน่งของฉัน

ตัวกรอง SmartScreen

SmartScreen Filter ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเตือนคุณเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยที่ปลอมแปลงเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ (ฟิชชิ่ง) หรือที่มีการคุกคามต่อโทรศัพท์ของคุณ หากคุณเลือกใช้ตัวกรอง SmartScreen ตัวกรองนั้นจะตรวจสอบที่อยู่ของเว็บเพจที่คุณกำลังเยี่ยมชมกับรายการที่อยู่เว็บเพจที่มีผู้เข้าชมสูงที่จัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณซึ่ง Microsoft เชื่อว่ามีความถูกต้อง ที่อยู่ที่ไม่ได้อยู่ในรายการภายในเครื่องจะถูกส่งไปยัง Microsoft และถูกตรวจสอบกับรายการเว็บเพจที่ถูกรายงานไปยัง Microsoft ว่าไม่ปลอดภัยหรือน่าสงสัยที่ได้รับการอัพเดตบ่อยครั้ง ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับที่อยู่เว็บ เช่น คำค้นหาหรือข้อมูลที่คุณป้อนในแบบฟอร์มอาจถูกรวมอยู่ด้วย สตริงที่อยู่อาจมีข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ข้อมูลที่ถูกส่งไปนี้จะไม่ถูกใช้เพื่อการระบุ ติดต่อ หรือกำหนดเป้าหมายการโฆษณาไปยังคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ เช่นเดียวกับข้อมูลอื่นที่ถูกส่งไป นอกจากนี้ Microsoft ยังจะใช้มาตรการทางเทคโนโลยีเพื่อกรองสตริงที่อยู่เพื่อพยายามลบข้อมูลส่วนตัว

ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ตัวกรอง SmartScreen จะถูกส่งไปยัง Microsoft เป็นระยะๆ เช่น เวลาและจำนวนเว็บไซต์ที่เรียกดูตั้งแต่ที่อยู่ถูกส่งไปยัง Microsoft เพื่อการวิเคราะห์ ที่อยู่เว็บไซต์บางรายการที่ถูกส่งไปยัง Microsoft อาจถูกจัดเก็บพร้อมกับข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่ เวอร์ชันเว็บเบราว์เซอร์ เวอร์ชันระบบปฏิบัติการ เวอร์ชันตัวกรอง SmartScreen ภาษาของเบราว์เซอร์ เว็บเพจที่อ้างอิง และข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ ตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันที่สร้างโดย Internet Explorer จะถูกส่งไปด้วย ตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันนี้คือหมายเลขที่สร้างแบบสุ่มโดยจะไม่รวมข้อมูลส่วนตัวใดๆ และจะไม่นำไปใช้เพื่อระบุตัวคุณ ข้อมูลนี้ รวมทั้งข้อมูลที่ระบุไว้ข้างต้น จะถูกนำไปใช้เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพและปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการของเราเท่านั้น

ทางเลือกของคุณ

คุณสามารถเลือกที่จะใช้คุณสมบัติตัวกรอง SmartScreen ได้ โดยเลือกการตั้งค่าที่แนะนำเมื่อใช้ Internet Explorer ครั้งแรก หรือโดยการเปิดหรือปิดคุณสมบัตินี้ในภายหลัง

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Internet Explorer > การตั้งค่าขั้นสูง
  2. เลือกหรือไม่เลือก ใช้ตัวกรอง SmartScreen เพื่อช่วยป้องกันจากเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย


การจดจำแป้นพิมพ์

ในขณะที่คุณพิมพ์ Windows Phone สามารถแนะนำคำและการแก้ไขที่อ้างอิงจากพจนานุกรมของโทรศัพท์ได้ เมื่อเวลาผ่านไป โทรศัพท์ของคุณจะปรับเรื่อยๆ โดยอัตโนมัติเพื่อรวมและแนะนำคำที่คุณได้พิมพ์ก่อนหน้านี้ ตัวอย่างเช่น ชื่อที่คุณเคยพิมพ์ สำหรับภาษาส่วนใหญ่ คุณสามารถเลือกที่จะปิดใช้งานคำแนะนำเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับภาษาบางภาษา (จีนและญี่ปุ่น เป็นต้น) คุณจะไม่สามารถปิดใช้งานคำแนะนำได้ เมื่อใช้ภาษาญี่ปุ่น โทรศัพท์ของคุณยังสามารถให้คำแนะนำจากส่วนต่างๆ ของบทสนทนาที่เป็นข้อความล่าสุดที่จัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณได้ การปรับโดยอัตโนมัติในพจนานุกรมของคุณนี้จะถูกจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณ โดยจะไม่ถูกส่งไปยัง Microsoft

คุณสามารถช่วย Microsoft ปรับปรุงการพิมพ์ใน Windows Phone และผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ Microsoft ได้โดยเข้าร่วมกับคุณสมบัติ "การปรับปรุงคำแนะนำข้อความ" คุณสามารถเข้าร่วมได้โดยเลือกการตั้งค่าแบบแนะนำขณะตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณหรือหากคุณเลือกการตั้งค่าแบบกำหนดเอง โดยการเปิดใช้งานคุณสมบัติที่นั่น เมื่อคุณเข้าร่วม ข้อมูลแป้นพิมพ์ รวมทั้งอักขระที่คุณพิมพ์ คำที่คุณเลือกจากคำแนะนำ และการแก้ไขอัตโนมัติจะถูกส่งไปยัง Microsoft

เพื่อเป็นการช่วยป้องกันความเป็นส่วนตัวของคุณ เราจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลสัมผัสแป้นพิมพ์เมื่อโทรศัพท์แสดงหน้าจอล็อกอินหรือช่องรหัสผ่าน นอกจากนั้น เรายังจะใช้มาตรการที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการเก็บรวบรวมอีเมลแอดเดรสและลำดับตัวเลขเช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น ข้อมูลแป้นพิมพ์จะถูกส่งไปโดยจะไม่ระบุตัวคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ จากนั้นจะถูกรวมเข้ากับข้อความจากผู้ใช้มากมายและเปลี่ยนเป็นลำดับอักขระและคำจำนวนมากเพื่อการวิเคราะห์

ทางเลือกของคุณ

สำหรับภาษาส่วนใหญ่ คุณสามารถจัดการคำแนะนำการพิมพ์ได้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > แป้นพิมพ์
  2. ใต้ตัวเลือก เพิ่มแป้นพิมพ์ ภาษาที่เปิดใช้งานของคุณจะถูกแสดง
  3. แตะภาษาที่คุณต้องการปิดใช้งานคำแนะนำ
  4. ยกเลิกการเลือกคำแนะนำและการแก้ไขที่คุณไม่ต้องการ

คุณสามารถลบคำที่ถูกเพิ่มในโทรศัพท์ของคุณได้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > แป้นพิมพ์
  2. แตะ ขั้นสูง
  3. แตะ รีเซ็ตคำแนะนำ

คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าการปรับปรุงคำแนะนำข้อความซึ่งสามารถทำได้ตลอดเวลา

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > แป้นพิมพ์
  2. แตะ ขั้นสูง
  3. เลือกหรือไม่เลือก ปรับปรุงคำแนะนำโดยส่งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้แป้นพิมพ์ของฉันไปยัง Microsoft


มุมของเด็ก

มุมของเด็กให้คุณตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณเพื่อให้ลูกของคุณสามารถเข้าถึงเกม เพลง วิดีโอ หรือแอพที่คุณกำหนดโดยเฉพาะได้ แม้ว่าจะไม่จำเป็นก็ตาม คุณสมบัตินี้ใช้งานได้กับรหัสผ่านหน้าจอเมื่อล็อกของคุณ เพื่อที่ทุกครั้งที่คุณเปิดใช้งานมุมของเด็ก ลูกของคุณจะสามารถเข้าใช้งานรายการที่คุณใส่ไว้ในมุมของเด็กเท่านั้นและไม่สามารถกลับไปยังหน้าจอหลักหรือเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้ ในการกลับไปยังแอพหรือคุณสมบัติอื่นๆ คุณต้องป้อนรหัสผ่านอีกครั้งหากมีการกำหนดไว้ คุณสมบัตินี้จะไม่ส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปยัง Microsoft เกินกว่าที่กำหนดไว้โดยแอพที่คุณใส่ไว้ในมุมของเด็ก

ทางเลือกของคุณ

คุณสามารถตั้งค่าและจัดการมุมของเด็กของคุณได้ด้วยเกม วิดีโอ และแอพที่คุณต้องการให้ลูกของคุณเข้าถึงได้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > มุมของเด็ก
  2. สลับมุมของเด็กเป็น ปิด หรือ เปิด
  3. แตะเกม เพลง วิดีโอ หรือแอพเพื่อจัดการรายการที่คุณต้องการใส่เข้าไว้


การเช็คอินตำแหน่ง

เช็คอินให้คุณสามารถค้นหาตำแหน่งใกล้เคียงแล้ว "เช็คอิน" ในไซต์มีเดียสังคมออนไลน์จากที่นั่น เมื่อคุณเริ่มกระบวนการเช็คอิน ข้อมูลจะถูกส่งไปยังบริการค้นหา Bing เพื่อส่งผลลัพธ์ไปยังสถานที่ใกล้เคียง ข้อมูลนี้จะประกอบไปด้วยตำแหน่ง วันและเวลา และคำค้นหาของคุณ เมื่อคุณเลือกตำแหน่งที่จะเช็คอินแล้ว ข้อมูลที่จำเป็นในการสร้างโพสต์ที่ร้องขอจะถูกส่งไปยังเครือข่ายสังคมที่คุณเลือกที่จะโพสต์ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่คุณเช็คอิน ได้แก่ ชื่อ ตำแหน่ง ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และหมวดหมู่หรือประเภท (ตัวอย่างเช่น ร้านอาหาร ร้านค้า หรือบาร์) หากคุณเลือก "เช็คอิน" คุณอาจเปิดเผยตำแหน่งของคุณต่อผู้อื่น

คุณสามารถเลือกที่จะอนุญาตให้ Bing ใช้ข้อมูล "เช็คอิน" ของคุณเพื่อช่วยปรับแต่งผลลัพธ์การค้นหาของคุณในอนาคตในโทรศัพท์ของคุณหรือทุกที่ที่คุณลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ของคุณได้ หากคุณเลือกตัวเลือกนี้ ประวัติการ "เช็คอิน" ของคุณจะถูกจัดเก็บไว้โดยเชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลของ Bing โปรดดูในส่วน ค้นหา ของประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้ รวมทั้งประกาศสิทธิส่วนบุคคลของ Bing สำหรับข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบริการค้นหาตำแหน่ง โปรดดู การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลการค้นหาตำแหน่ง

ทางเลือกของคุณ

ในการใช้คุณสมบัติการ "เช็คอิน" คุณต้องเปิดบริการค้นหาตำแหน่งหลักของโทรศัพท์ของคุณดังอธิบายไว้ในส่วนการเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลการค้นหาตำแหน่งของประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้

วิธีการโพสต์การ "เช็คอิน" และใช้ตำแหน่งเพื่อค้นหาสถานที่ใกล้เคียงสำหรับโพสต์

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ผู้คน
  2. สลับสวิตช์ ใช้ตำแหน่งของฉัน เป็น เปิด

วิธีอนุญาตให้ Bing ใช้ประวัติการเช็คอินของคุณเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์การค้นหาของคุณ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ผู้คน
  2. เลือก บันทึกการค้นหาการเช็คอินและตำแหน่งด้วยบัญชี Microsoft ของฉันเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์การค้นหา


แผนที่

โทรศัพท์ของคุณมีการบูรณาการเทคโนโลยีแผนที่ของ Nokia การร้องขอแผนที่ของคุณอาจได้รับการดำเนินการโดย Nokia หรือ Bing ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งของคุณ เมื่อคุณร้องขอแผนที่หรือตอบโต้กับการทำแผนที่ของ Nokia Mapping (เช่นเมื่อร้องขอเส้นทางหรือข้อมูลจราจร) ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานจะถูกส่งไปยัง Nokia ข้อมูลนี้จะไม่ถูกใช้เพื่อการระบุ ติดต่อ หรือกำหนดเป้าหมายการโฆษณาไปยังคุณหรือโทรศัพท์ของคุณนอกจาก Nokia จะได้รับการยินยอมจากคุณ Nokia อาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อเสนอและปรับปรุงบริการแผนที่

หากคุณอนุญาตให้คุณสมบัติแผนที่หรือสำรวจรอบๆ เข้าถึงตำแหน่งของคุณ ตำแหน่งโดยประมาณของโทรศัพท์ของคุณ รวมทั้งการสอบถามของคุณในแผนที่และสำรวจรอบๆ จะถูกส่งไปยัง Bing เพื่อเสนอและปรับปรุงการค้นหาและผลลัพธ์และเส้นทางแผนที่ในท้องถิ่น หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลแผนที่หรือสำรวจรอบๆ ที่จัดทำโดย Bing โปรดตรวจสอบประกาศสิทธิส่วนบุคคลของ Bing

ทางเลือกของคุณ

วิธีเปิดหรือปิดการเข้าใช้งานตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณสมบัติแผนที่ซึ่งตามค่าเริ่มต้นแล้วจะปิดอยู่

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > แผนที่
  2. สลับสวิตช์ ใช้ตำแหน่งของฉัน เป็น เปิด หรือ ปิด

วิธีล้างการค้นหาแผนที่ก่อนหน้าและไฟล์ชั่วคราวจากโทรศัพท์ของคุณ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > แผนที่
  2. แตะ ลบประวัติ


ข้อความ

เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ในโทรศัพท์ของคุณ คุณสามารถซิงค์ข้อความ SMS และ MMS ของคุณแล้วจัดเก็บไว้ในบัญชี Hotmail/Outlook ที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเรียกข้อความคืนได้หากคุณทำโทรศัพท์หายหรือเปลี่ยนโทรศัพท์ คุณจะถูกถามว่าคุณต้องการ "สำรองข้อมูลของคุณ" ระหว่างการตั้งค่าหรือไม่ หากคุณเลือกตัวเลือกนี้ การซิงค์ SMS และ MMS จะถูกเปิดใช้งาน ดู สำรองข้อมูล

หลังจากคุณเริ่มตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณแล้ว คุณจะสามารถจัดการการตั้งค่าข้อความของคุณได้ทุกเมื่อ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเปิดหรือปิดการสำรองข้อมูลข้อความ SMS จัดการการยืนยันการส่งและการรับทราบ และเปลี่ยนการตั้งค่าข้อความอื่นๆ ได้ การปิดการซิงค์ SMS/MMS ของคุณจะไม่เป็นการลบข้อความที่ถูกซิงค์กับบัญชี Hotmail/Outlook ก่อนหน้านี้ ในการลบข้อความเหล่านั้นออกจากที่เก็บข้อมูล คุณจะต้องลบข้อความออกจากโทรศัพท์ของคุณก่อนปิดการซิงค์ ข้อความของคุณจะพยายามซิงค์ในช่วงเวลาที่คุณกำหนดสำหรับการซิงค์กับบัญชี Microsoft ของคุณ ดู อีเมล + บัญชี

คุณสามารถแนบแผนที่ของตำแหน่งปัจจุบันของคุณ รูปภาพ วิดีโอ บันทึกเสียง หรือข้อมูลติดต่อกับข้อความขาออกได้ หากคุณเลือกที่จะแนบตำแหน่งของคุณกับข้อความของคุณ ข้อมูลจุดสังเกตอาจถูกเก็บรวบรวมโดยฐานข้อมูลการค้นหาตำแหน่งของ Microsoft ได้ ดู การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลการค้นหาตำแหน่ง

ทางเลือกของคุณ

วิธีเปิดการซิงค์ SMS/MMS

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ข้อความ
  2. สลับสวิตช์ สำรองข้อมูลข้อความ เป็น เปิด

วิธีแนบแผนที่ของตำแหน่งปัจจุบันของคุณหรือไฟล์อื่นกับข้อความขาออก

  1. แตะสัญลักษณ์ที่หนีบกระดาษที่ด้านล่างของหน้าจอ
  2. เลือกรายการที่คุณต้องการแนบ


บัญชี Microsoft

คุณจะไม่ต้องสร้างหรือป้อนบัญชี Microsoft เพื่อใช้โทรศัพท์ของคุณ อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ได้เชื่อมโยงบัญชี Microsoft กับโทรศัพท์ของคุณ คุณสมบัติบางอย่างเช่น Store, Xbox LIVE, Xbox Music และการสำรองข้อมูล รวมทั้งคุณสมบัติของบัญชีออนไลน์เช่น "ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว" จะไม่สามารถใช้งานได้ หากคุณไม่ต้องการสร้างหรือป้อนบัญชี Microsoft ขณะตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณ แตะ ไม่ทำตอนนี้ เมื่อถูกพร้อมท์ให้สร้างหรือป้อนบัญชี Microsoft

หากคุณเชื่อมโยงบัญชี Microsoft กับโทรศัพท์ของคุณ คุณสามารถใช้บัญชี Microsoft ที่มีอยู่แล้วนั้นหรือคุณสามารถสร้างใหม่โดยใช้โทรศัพท์ได้ หากคุณมีบัญชีอยู่แล้ว รายชื่อที่เชื่อมโยงกับบัญชีนั้นจะถูกซิงค์โดยอัตโนมัติกับโทรศัพท์ของคุณ ทั้งในบัญชีที่มีอยู่แล้วหรือบัญชีใหม่ บัญชี Microsoft ของคุณจะสำรองข้อมูลรายชื่อที่ได้บันทึกในโทรศัพท์ของคุณไว้แล้ว (รายชื่อที่คุณได้นำเข้าจาก SIM หรือเพิ่มในโทรศัพท์ของคุณโดยตรง) และรายการปฏิทินที่คุณได้บันทึกไว้ในโทรศัพท์ของคุณขณะที่คุณเชื่อมโยงบัญชี คุณยังสามารถเลือกที่จะเชื่อมโยงรายชื่อและข้อมูลติดต่อจากแหล่งต่างๆ กับบัตรรายชื่อเดียวในโทรศัพท์ของคุณได้ รายชื่อและรายการปฏิทินจากบริการภายนอก เช่น บัญชีมีเดียสังคมจะไม่ถูกสำรองข้อมูลไปยังบัญชี Microsoft ออนไลน์ของคุณ

หลังจากคุณได้สร้างบัญชี Microsoft แล้ว คุณจะสามารถใช้ข้อมูลประจำตัวเดียวกันนี้ในการลงชื่อเข้าใช้ในไซต์และบริการต่างๆ ของ Microsoft และผู้ให้บริการร่วมของ Microsoft ที่ได้รับการคัดเลือกได้ เมื่อลงชื่อเข้าใช้ในไซต์หรือบริการหนึ่งของ Microsoft คุณอาจถูกลงชื่อเข้าใช้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณไปที่ไซต์และบริการอื่นๆ ของ Microsoft

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับบัญชี Microsoft และการนำข้อมูลประจำตัวของคุณไปใช้เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ในไซต์ที่เข้าร่วม โปรดอ่านการเปิดเผยบัญชี Microsoft ใน Microsoft.com Privacy Statement

ทางเลือกของคุณ

ในการตั้งค่าหรือเชื่อมโยงบัญชี Microsoft ที่มีอยู่แล้วกับโทรศัพท์ของคุณระหว่างการตั้งค่าโทรศัพท์ ทำตามพร้อมท์หน้าจอ คุณยังสามารถทำได้ทุกเมื่อหลังจากการตั้งค่า

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > อีเมล + บัญชี
  2. แตะ เพิ่มบัญชี
  3. แตะ บัญชี Microsoft
  4. ทำตามพร้อมท์หน้าจอ

คุณสามารถลบข้อมูลประจำตัวในการลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ของคุณออกจากโทรศัพท์ของคุณได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนี้จะเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดออกจากโทรศัพท์ของคุณ รวมถึงแอพทั้งหมดที่คุณได้ดาวน์โหลด เพลง รูปภาพ และวิดีโอ และจะรีเซ็ตโทรศัพท์ของคุณเป็นการตั้งค่าจากโรงงาน

วิธีลบข้อมูลประจำตัวในการลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ของคุณออกจากโทรศัพท์ของคุณ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > เกี่ยวกับ
  2. แตะ รีเซ็ตโทรศัพท์ของคุณ
  3. ทำตามพร้อมท์หน้าจอ


Office Mobile

เมื่อคุณกำหนดค่าโทรศัพท์ของคุณด้วยบัญชี Microsoft เอกสาร การตั้งค่าเอกสาร และบันทึกย่อที่ถูกจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณจะสามารถถูกซิงค์กับ OneDrive, Office 365 หรือ Microsoft SharePoint Server ได้ คุณสมบัติ Metadata บางอย่างสำหรับเอกสารจะถูกซิงค์โดยอัตโนมัติกับโทรศัพท์ของคุณเพื่อให้ข้อมูลปัจจุบันเช่น วันที่อัพเดตล่าสุดและผู้เขียนเอกสาร เอกสาร (Word, Excel, PowerPoint) ที่คุณสร้างขึ้นในโทรศัพท์จะถูกซิงค์กับ OneDrive, Office 365 หรือ Microsoft SharePoint Server ก็ต่อเมื่อคุณดำเนินการอย่างชัดเจนเพื่อบันทึกเอกสารไว้ในตำแหน่งดังกล่าวนี้ ไฟล์ OneNote จะถูกซิงค์โดยอัตโนมัติเมื่อคุณปิดไฟล์หรือเปลี่ยนไปเป็นฟังก์ชันอื่นหากมีการเชื่อมต่อข้อมูล

ทางเลือกของคุณ

วิธีลบการตั้งค่าและเนื้อหาของ Office ทั้งหมด รวมทั้งไซต์ SharePoint ที่บันทึกไว้ เอกสาร SharePoint เอกสาร OneDrive การตั้งค่าและข้อมูลประจำตัวจากโทรศัพท์ของคุณ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Office
  2. แตะ รีเซ็ต Office

ชื่อผู้ใช้

ทุกไฟล์ที่บันทึกโดย Microsoft® Excel® Mobile, Microsoft® OneNote® Mobile, Microsoft® PowerPoint® Mobile และ Microsoft® Word® Mobile จะมีคุณสมบัติต่อไปนี้

  • ผู้เขียน
  • บันทึกครั้งล่าสุดโดย

นอกจากนั้น หากคุณบันทึกข้อคิดเห็นในไฟล์ Office Mobile จะใส่ชื่อผู้ใช้ของคุณในข้อคิดเห็นแต่ละรายการด้วย ข้อมูลนี้จะพร้อมใช้งานสำหรับทุกคนที่สามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณได้

ทางเลือกของคุณ

วิธีเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับไฟล์ของคุณ เช่น คุณสมบัติของไฟล์และข้อคิดเห็น

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Office
  2. เปลี่ยนหรือล้างชื่อผู้ใช้

SharePoint Mobile

คุณสามารถนำเข้ารายการไซต์ SharePoint และบันทึกโดเมนและข้อมูลประจำตัวเครือข่ายของคุณไปยังโทรศัพท์ของคุณได้ เมื่อคุณเข้าถึงไซต์ SharePoint หากคุณได้รับอนุญาตให้สร้างไซต์ย่อยใหม่ ไซต์จะบันทึกคุกกี้ไปยังโทรศัพท์ของคุณ คุกกี้เหล่านี้จะสร้างรายการไซต์ที่คุณได้รับอนุญาต รายการนี้จะถูกนำไปใช้โดยโปรแกรม Office ต่างๆ เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงไซต์ที่คุณเคยเยี่ยมชมมาก่อนแล้ว หากคุณลบคุกกี้ออกจากโทรศัพท์ของคุณ คุณจะต้องป้อนข้อมูลประจำตัวของคุณใหม่เพื่อให้สามารถเข้าถึงไซต์ได้

Microsoft จะไม่สามารถเข้าถึงรายการไซต์ SharePoint ที่คุณเยี่ยมชมแล้วได้และจะไม่ถูกเปิดเผยต่ออินเทอร์เน็ตนอกจากคุณเลือกที่จะทำให้รายการนั้นสามารถเข้าใช้งานได้ เมื่อคุณสร้างเว็บไซต์หรือรายการใหม่ใน SharePoint หรือเพิ่มหรือเชิญผู้คนไปยังเว็บไซต์หรือรายการที่มีอยู่ ไซต์นั้นจะบันทึกข้อมูลต่อไปนี้สำหรับแต่ละบุคคล

  • ชื่อเต็ม
  • อีเมลแอดเดรส

ID ผู้ใช้จะถูกเพิ่มไปยังส่วนประกอบทุกส่วนที่คุณหรือผู้ใช้อื่นๆ ของไซต์เพิ่มหรือปรับเปลี่ยนในไซต์ เช่นเดียวกับเนื้อหาทั้งหมดในไซต์ SharePoint ผู้ดูแลระบบและสมาชิกของไซต์เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้

องค์ประกอบทั้งหมดของไซต์ SharePoint จะมีสองช่องดังนี้

  • สร้างโดย (ชื่อผู้ใช้ของบุคคลที่สร้างองค์ประกอบและวันที่ที่สร้าง)
  • ปรับเปลี่ยนโดย (ชื่อผู้ใช้ของบุคคลที่ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบล่าสุดและวันที่ที่ปรับเปลี่ยน)

ผู้ดูแลระบบของเซิร์ฟเวอร์ที่ไซต์ SharePoint โฮสต์อยู่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้จากไซต์เหล่านี้ รวมไปถึงชื่อ อีเมลแอดเดรส และการอนุญาตผู้ใช้ทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงไซต์ ซึ่งจะนำไปใช้เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการใช้งานไซต์และปรับปรุงจำนวนเปอร์เซ็นต์ของเวลาที่ไซต์สามารถใช้งานได้ ผู้ใช้ทั้งหมดที่สามารถเข้าถึงไซต์ SharePoint บางไซต์ได้อาจค้นหาและดูเนื้อหาทั้งหมดที่มีอยู่ในไซต์นั้น

ทางเลือกของคุณ

การเปิดลิงก์ SharePoint ใน Office Hub ซึ่งมีค่า เปิด ตามค่าเริ่มต้น

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > Office
  2. เลือกหรือยกเลิกการเลือก เปิดลิงก์ SharePoint ใน Hub Office


คำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัว

หากคุณเปิดคุณสมบัตินี้ Microsoft จะพยายามปรับการใช้ Windows Phone ของคุณให้เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นโดยจะปรับปรุงผลลัพธ์การค้นหาของคุณและแนะนำแอพ เกม สถานที่รับประทานอาหาร และกิจกรรมต่างๆ ที่คุณอาจสนใจ คำแนะนำเหล่านี้จะมาจากข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมผ่านคุณสมบัติและบริการอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณรวมทั้งการใช้คุณสมบัติและบริการบางอย่างของคุณที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์ของคุณ ซึ่งจะรวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ของคุณ (ตัวอย่างเช่น แอพที่คุณใช้บ่อยที่สุด) กิจกรรมใน Store (ตัวอย่างเช่น ประเภทของแอพที่คุณเรียกดู ดาวน์โหลด และวิจารณ์) กิจกรรมการลงชื่อเข้าใช้ในบริการอื่นๆ (ตัวอย่างเช่น กิจกรรมของคุณใน Xbox LIVE) ที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณ และข้อมูลตำแหน่ง (ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งของคุณเมื่อคุณค้นหาศิลปินใน Xbox Music) เพื่อให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์ที่ดีขึ้นกับคุณ เช่น คอนเสิร์ตใกล้เคียงที่กำลังจะมาถึงของศิลปินที่คุณกำลังเรียกดู คุณยังสามารถเลือกที่จะส่งเสริมคำแนะนำของคุณจากข้อมูลใน Facebook ได้รวมทั้งสิ่งที่เพื่อนของคุณถูกใจ

ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้โทรศัพท์ของคุณจะถูกเก็บรวบรวมผ่านผลตอบกลับโทรศัพท์ ดังอธิบายด้านล่าง โดยทั่วไปแล้ว ข้อมูลผลตอบกลับจะเชื่อมโยงกับ ID ที่ไม่ซ้ำกันเท่านั้นซึ่งจะไม่ระบุตัวคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ และจะไม่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณ ในการเลือกที่จะเข้าร่วมในการให้ผลตอบกลับและเลือกรับคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัว เราจะเชื่อมโยงข้อมูลนี้กับบัญชี Microsoft ของคุณเพื่อให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น หากคุณยังไม่เปิดใช้งานผลตอบกลับ ข้อมูลนั้นจะไม่ถูกเก็บรวบรวมแม้ว่าคุณเลือกที่จะรับคำแนะนำก็ตาม อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอื่นเช่น กิจกรรมของคุณใน Store จะยังคงให้บริการตามการปรับให้เป็นส่วนตัวอยู่

คุณสามารถเลือกที่จะปิดคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัวได้ทุกเมื่อ นอกจากการหยุดรับคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นแล้ว หากคุณเลือกที่จะให้ผลตอบกลับ ข้อมูลผลตอบกลับในอนาคตจะถูกเชื่อมโยงกับ ID ที่ไม่ซ้ำกันอีกครั้งเท่านั้น และจะไม่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณ ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแปลงการเก็บรวบรวมข้อมูลอื่นที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณ (ตัวอย่างเช่น ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมใน Store ของคุณ) ข้อมูลนั้นจะยังคงถูกเก็บรวบรวมในเซิร์ฟเวอร์ของ Store อยู่และอาจถูกนำมาใช้ในภายหลังหากคุณเปิดใช้งานคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัวอีกครั้ง

ทางเลือกของคุณ

คุณอาจถูกพร้อมท์เป็นระยะๆ ว่าคุณต้องการเปิดคุณสมบัติคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัวหรือไม่ ซึ่งจะปิดไว้ตามค่าเริ่มต้น พร้อมท์นี้อาจเกิดขึ้นในสองสามแห่ง เช่น สำรวจรอบๆ Store หรือเพลง + วิดีโอ คุณสามารถเลือกที่จะเปิดหรือปิดคุณสมบัติคำแนะนำได้ทุกเมื่อ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ค้นหา
  2. แตะ คำแนะนำ
  3. แตะปุ่ม ใช่ เพื่อเปิดคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัวหรือสลับสวิตช์ ปิด เพื่อ

คุณยังสามารถเปลี่ยนการเลือกว่าจะส่งเสริมคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัวด้วยข้อมูลจาก Facebook หรือไม่ได้ทุกเมื่อ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ค้นหา
  2. แตะ คำแนะนำ
  3. แตะปุ่ม Facebook เพื่อเปิดหรือปิด ใช้ Facebook ด้วย


ผลตอบกลับโทรศัพท์

ในการเข้าร่วมกับผลตอบกลับของ Windows Phone (ผลตอบกลับ) คุณจะสามารถช่วย Microsoft ปรับปรุง Windows Phone ผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ Microsoft และผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ร่วมให้บริการที่เชื่อถือได้ คุณสามารถเข้าร่วมในการให้ผลตอบกลับได้โดยการเลือกการตั้งค่าที่แนะนำขณะตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณ หรือหากคุณเลือกการตั้งค่าแบบกำหนดเอง โดยการเลือกส่งผลตอบกลับเพื่อช่วยปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft และผู้ร่วมให้บริการ คุณยังสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้ได้ตลอดเวลา

เมื่อคุณเลือกที่จะเข้าร่วม เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์และแอพของคุณ รวมทั้งข้อผิดพลาดที่คุณได้ประสบ และผลตอบกลับอื่นๆ และภาพหน้าจอที่คุณส่งไปยัง Microsoft โดยเฉพาะ เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลในหมวดหมู่ต่อไปนี้แล้วส่งไปยัง Microsoft เป็นระยะๆ โดยใช้การเชื่อมต่อข้อมูลที่พร้อมใช้งาน

  • การกำหนดค่าโทรศัพท์ของคุณ เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายที่ใช้ ความละเอียดหน้าจอ การใช้หน่วยความจำ อายุแบตเตอรี่ การตั้งค่าโดเมนสำหรับบัญชีอีเมลที่คุณตั้งค่า และเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ของ Windows Phone ที่ใช้งาน
  • ประสิทธิภาพการทำงานและความน่าเชื่อถือ เช่น ความรวดเร็วในการตอบสนองของคุณสมบัติเมื่อคุณแตะที่ไอคอนหรือกดปุ่ม ปัญหาที่คุณพบเมื่อใช้คุณสมบัติ และความรวดเร็วในการส่งหรือรับข้อมูลผ่านการเชื่อมต่อเครือข่าย
  • การใช้แอพพลิเคชั่น เช่น คุณสมบัติและแอพที่คุณใช้บ่อยที่สุด คุณสมบัติและแอพที่คุณปักหมุดที่หน้าจอเริ่ม การนำทางในเมนูแอพพลิเคชั่นและเว็บเพจของ Store ความถี่ในการเปลี่ยนการตั้งค่าและการอัพเดตฟีดและข้อมูลติดต่อ และระยะเวลาในการใช้คุณสมบัติและแอพพลิเคชั่นบางอย่าง
  • ข้อผิดพลาดในการทำงานของซอฟต์แวร์ เช่น ปัญหาที่ขัดจังหวะขณะที่คุณใช้โทรศัพท์ของคุณและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเบื้องหลัง
  • ผลตอบกลับและภาพหน้าจอที่คุณสมัครใจที่จะส่งไปยัง Microsoft
เราจะใช้ข้อมูลผลตอบกลับเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติที่ผู้คนใช้บ่อยที่สุดและเพื่อช่วยสร้างวิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อย ข้อมูลผลตอบกลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานข้อผิดพลาด อาจมีข้อมูลส่วนตัว ตัวอย่างเช่น รายงานที่มีภาพถ่ายของหน่วยความจำของโทรศัพท์อาจมีรายชื่อผู้ติดต่อ ส่วนหนึ่งของอีเมลหรือข้อความ SMS ที่คุณกำลังสร้างอยู่ หรือข้อมูลที่คุณส่งไปยังเว็บไซต์เมื่อเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้จะนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยข้อผิดพลาดเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อระบุตัวคุณหรือติดต่อคุณ เพื่อเป็นการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการที่เรียกใช้ซอฟต์แวร์ของ Microsoft เราอาจแบ่งปันข้อมูลจากโปรแกรมผลตอบกลับกับผู้ผลิตอุปกรณ์และผู้ให้บริการร่วมที่เชื่อถือได้อื่นๆ เราห้ามไม่ให้ผู้ให้บริการร่วมเหล่านี้ใช้ข้อมูลนั้นเพื่อระบุตัวคุณหรือติดต่อคุณโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ

Microsoft และผู้ให้บริการร่วมจะไม่ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยรายงานผลตอบกลับเพื่อระบุตัวคุณนอกจากคุณจะยินยอม โดยทั่วไปแล้ว โปรแกรมผลตอบกลับจะสร้าง ID ที่ไม่ซ้ำกันซึ่งจะถูกจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณและจะส่งไปพร้อมกับรายงานผลตอบกลับเพื่อระบุโทรศัพท์ของคุณโดยเฉพาะ ID ที่ไม่ซ้ำกันนี้คือหมายเลขที่สร้างแบบสุ่มโดยจะไม่ระบุตัวคุณ เราจะใช้ ID ที่ไม่ซ้ำกันนี้เพื่อระบุว่าผลตอบกลับที่เราได้รับนั้นมีความแพร่หลายเพียงใดและเพื่อการจัดลำดับความสำคัญของผลตอบกลับนั้น ตัวอย่างเช่น ID ที่ไม่ซ้ำกันจะช่วยให้ Microsoft แยกแยะระหว่างลูกค้ารายหนึ่งที่พบกับปัญหาหนึ่งถึง 10 ครั้งและลูกค้าอีกรายหนึ่งที่พบกับปัญหาเดียวกันเพียงหนึ่งครั้ง

คุณอาจถูกพร้อมท์ว่าคุณต้องการยินยอมให้ใช้ข้อมูลผลตอบกลับร่วมกับข้อมูลอื่นๆ เพื่อประสบการณ์ในการใช้งานอย่างเป็นส่วนตัวหรือไม่ ตัวอย่างเช่น Microsoft อาจขอการยินยอมจากคุณให้การให้คำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัว ผู้ให้บริการร่วมเช่น Nokia ยังอาจขอความยินยอมในการใช้ข้อมูลผลตอบกลับเพื่อการระบุตัวตน หากคุณให้ความยินยอมดังกล่าว เราจะใช้ตัวระบุอุปกรณ์ที่ปรับเปลี่ยนสำหรับข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงกับอุปกรณ์คุณได้โดยตรง คุณยังสามารถถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ

ทางเลือกของคุณ

วิธีเปลี่ยนการตั้งค่าผลตอบกลับของโทรศัพท์ซึ่งสามารถทำได้ตลอดเวลา

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > ผลตอบกลับ
  2. สลับส่งผลตอบกลับเป็น ปิด หรือ เปิด


ที่เก็บข้อมูลในโทรศัพท์

คุณสามารถใช้ SD Card เพื่อนำเข้าหรือส่งออกไฟล์จากคอมพิวเตอร์ของคุณเช่น เพลงหรือภาพถ่ายได้ คุณยังสามารถใช้ SD Card เพื่อขยายหน่วยความจำของโทรศัพท์ของคุณโดยการจัดเก็บรูปภาพใหม่ที่คุณถ่ายหรือเพลงและวิดีโอใหม่ที่คุณดาวน์โหลดไปยังโทรศัพท์ของคุณใน SD Card ของคุณโดยตรง คุณจะถูกพร้อมท์ว่าคุณต้องการจัดเก็บไฟล์เหล่านั้นใน SD Card ของคุณเมื่อคุณเสียบการ์ดหรือไม่ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้ได้ตลอดเวลา

โปรดทราบว่า ข้อมูลที่จัดเก็บใน SD Card ของคุณจะเสี่ยงต่อการสูญหายหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยผู้อื่นได้ง่าย เมื่อคุณถอด SD Card ออกจากโทรศัพท์ของคุณแล้ว ข้อมูลที่อยู่ในการ์ดจะสามารถอ่านได้โดยอุปกรณ์ใดๆ ที่ถูกเสียบเข้าไป แม้ว่าคุณจะกำหนดรหัสผ่านหน้าจอสำหรับโทรศัพท์ของคุณแล้วก็ตาม คุณควรพิจารณาเลือกข้อมูลที่คุณต้องการจัดเก็บไว้ใน SD Card อย่างรอบคอบ

ทางเลือกของคุณ

วิธีการเลือกว่าควรจัดเก็บเพลง วิดีโอ หรือภาพใหม่ใน SD Card หรือหน่วยความจำภายใน

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > ที่เก็บข้อมูลในโทรศัพท์
  2. แตะปุ่ม จัดเก็บเพลง + วิดีโอใน หรอ จัดเก็บรูปภาพใหม่ใน
  3. เลือก โทรศัพท์ หรือ SD Card


ภาพถ่าย + กล้อง

กล้องของโทรศัพท์ของคุณให้คุณสามารถแท็กภาพถ่ายของคุณด้วยตำแหน่งของคุณได้ เมื่อเปิดแล้ว คุณสมบัตินี้จะจัดเก็บตำแหน่งของคุณเป็น Metadata พร้อมภาพถ่าย โปรดทราบว่าการเลือกที่จะแบ่งปันภาพถ่ายที่มีข้อมูลตำแหน่งกับมีเดียสังคม บริการออนไลน์ และแอพพลิเคชั่นนั้น คุณอาจเปิดเผยข้อมูลตำแหน่งที่จัดเก็บไว้ในภาพถ่ายกับผู้อื่น เราแนะนำให้คุณอ่านนโยบายสิทธิส่วนบุคคล หลักปฏิบัติ และการตั้งค่าของบริการออนไลน์และแอพพลิเคชั่นก่อนแบ่งปันภาพถ่ายของคุณ

เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft บนโทรศัพท์ของคุณ คุณสามารถเลือกที่จะอัปโหลดภาพถ่ายและ/หรือวิดีโอโดยอัตโนมัติไปยังโฟลเดอร์ของ OneDrive และจัดการคุณภาพ (ความละเอียด) ของสิ่งที่อัปโหลด คุณสมบัตินี้จะอัปโหลดมีเดียที่คุณถ่ายไว้ในอุปกรณ์ รวมทั้งมีเดียที่คุณบันทึกไว้ในอุปกรณ์ (เช่นจากอัลบั้มเครือข่ายสังคม) แต่จะไม่อัปโหลดมีเดียจาก SD Card หรือสิ่งอื่นๆ ที่คุณคัดลอกไปยังโทรศัพท์ของคุณผ่านการเชื่อมต่อ USB จากคอมพิวเตอร์ คุณจะถูกถามว่าคุณต้องการ "สำรองข้อมูลของคุณ" ระหว่างการตั้งค่าหรือไม่ หากคุณเลือกตัวเลือกนี้ การอัปโหลดภาพถ่ายความละเอียดต่ำโดยอัตโนมัติจะถูกเปิดใช้งาน ดู สำรองข้อมูล

ภายหลังการตั้งค่าโทรศัพท์เบื้องต้น คุณสามารถจัดการที่เก็บข้อมูลภาพถ่าย/วิดีโอ OneDrive ของคุณได้โดยละเอียด ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเลือกที่จะอัปโหลดวิดีโอบน OneDrive หรือเลือกที่จะอัปโหลดภาพถ่ายและวิดีโอด้วยความละเอียดสูงสุดได้ โทรศัพท์ของคุณอาจใช้ข้อมูลเครือข่ายโทรศัพท์หรือการเชื่อมต่อ Wi-Fi และการอัปโหลดอาจล่าช้าจนกว่าการเชื่อมต่อข้อมูลที่ถูกต้องจะถูกสร้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของความละเอียดที่คุณเลือก การปิดการอัปโหลดอัตโนมัติจะไม่เป็นการลบภาพถ่ายที่ถูกอัปโหลดไปยัง OneDrive ก่อนหน้านี้ ในการลบภาพถ่ายเหล่านั้นออกจากที่เก็บข้อมูล คุณต้องเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ของคุณที่ หน้า Windows Phone ของฉัน

คุณสามารถเลือกที่จะติดตั้งแอพภายนอกที่อนุญาตการอัปโหลดภาพถ่ายและวิดีโอโดยอัตโนมัติได้ โทรศัพท์ของคุณจะช่วยให้คุณค้นหาแอพเหล่านั้นได้ และยังสามารถระบุว่าแอพที่คุณมีในโทรศัพท์ของคุณนั้นสามารถอัปโหลดโดยอัตโนมัติได้หรือไม่ คุณควรพิจารณาเงื่อนไขการบริการและหลักปฏิบัติด้านสิทธิส่วนบุคคลสำหรับแอพเหล่านั้นอย่างรอบคอบ

ทางเลือกของคุณ

คุณอาจถูกถามว่าคุณต้องการให้กล้องรวมข้อมูลตำแหน่งในภาพถ่ายและวิดีโอที่คุณถ่ายหรือไม่ ซึ่งจะปิดไว้ตามค่าเริ่มต้น วิธีเปลี่ยนการตั้งค่าซึ่งทำได้ตลอดเวลา

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ภาพถ่าย + กล้อง
  2. สลับสวิตช์ รวมข้อมูลของตำแหน่งในรูปภาพที่ฉันถ่าย เป็น เปิด หรือ ปิด

การอัปโหลดภาพถ่ายและ/หรือวิดีโอโดยอัตโนมัติไปยังโฟลเดอร์ OneDrive ของคุณ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ภาพถ่าย + กล้อง
  2. ภายใต้ อัปโหลดโดยอัตโนมัติ แตะบนรายการ OneDrive
  3. ใช้ปุ่มตัวเลือกภายใต้ ภาพถ่าย และ วิดีโอ เพื่อกำหนดความละเอียดสำหรับการอัปโหลดที่คุณต้องการ

วิธีค้นหาและติดตั้งแอพที่สามารถอัปโหลดภาพถ่ายและวิดีโอโดยอัตโนมัติได้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ภาพถ่าย + กล้อง
  2. ภายใต้ อัปโหลดโดยอัตโนมัติ แตะรายการ แอพ
  3. แตะปุ่ม ค้นหาแอพ


ห้อง

ห้องให้คุณสามารถแบ่งปันข้อความการแชท ปฏิทิน ภาพถ่าย วิดีโอ และบันทึกย่อกับสมาชิกคนอื่นๆ ในห้องได้ สมาชิกอื่นจะเห็นข้อความการแชท รายการปฏิทิน ภาพถ่าย และบันทึกย่อที่คุณเลือกแบ่งปันในห้องโดยเฉพาะเท่านั้น สมาชิกจะไม่สามารถเข้าใช้งานปฏิทิน ภาพถ่าย และบันทึกย่อส่วนตัวของคุณได้

ห้องจะใช้ Messenger เป็นฟังก์ชันในการแชท และสมาชิกทุกคนของห้องจะเห็นข้อความการแชทที่ส่งไปยังห้องได้ เมื่อคุณสร้างห้องและเชิญผู้อื่นให้เข้าร่วม หรือเมื่อคุณยอมรับคำเชิญให้เข้าร่วมในห้องของผู้อื่น คุณจะเป็นเพื่อนทาง Messenger กับสมาชิกอื่นโดยอัตโนมัติรวมทั้งผู้ที่เข้าร่วมในภายหลัง เพื่อนอาจสามารถดูข้อมูลโปรไฟล์ Messenger ของคุณได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า Messenger ของคุณ หากคุณเป็นสมาชิกของห้อง คุณอาจไม่ได้รับการแข้งเมื่อผู้สร้างห้องเชิญผู้อื่นให้เข้าร่วมในห้องหรือเมื่อพวกเขาเข้าร่วม หากคุณหรือผู้อื่นออกจาก หรือหากคุณลบผู้อื่นออกจากห้อง หรือลบห้อง คุณจะยังคงเป็นเพื่อนทาง Messenger นอกจากคุณจะลบผู้นั้นออกจากรายชื่อเพื่อนใน Messenger ต่างหาก คุณควรตรวจสอบบัญชี Messenger ของคุณเป็นระยะๆ และจัดการการตั้งค่าเพื่อนของคุณ

ทางเลือกของคุณ

วิธีการสร้างห้องจากหน้าจอเริ่มต้น

  1. แตะไทล์ห้องสังสรรค์ที่หน้าจอเริ่มต้น หากปรากฏอยู่
  2. แตะ เชิญผู้อื่น
  3. เลือกรายชื่อ (ที่มีหมายเลขโทรศัพท์) แล้วส่งคำเชิญเพื่อให้เข้าร่วมในห้อง

วิธีสร้างห้องจาก Hub ผู้คน

  1. ที่ เริ่มต้น แตะ ผู้คน
  2. ตวัดนิ้วไปทางซ้ายหรือขวาไปยัง ร่วมกัน
  3. แตะ สร้าง +
  4. แตะ ห้อง
  5. พิมพ์ชื่อของห้อง จากนั้นแตะ บันทึก

วิธีการแก้ไขหรือลบห้อง (หากคุณเป็นเจ้าของ/ผู้สร้าง)

  1. ที่ เริ่มต้น แตะ ผู้คน
  2. ตวัดนิ้วไปทางซ้ายหรือขวาไปยัง ร่วมกัน
  3. แตะห้องที่คุณต้องการแก้ไขหรือลบ
  4. ตวัดนิ้วไปยัง สมาชิก
  5. เลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปนี้
    • ในการเชิญสมาชิกให้เข้าร่วมในห้อง แตะ สมาชิก > เชิญ +
    • ในการลบสมาชิกออกจากห้อง แตะ สมาชิก แตะรายชื่อ จากนั้นแตะ ลบ
    • ในการเปลี่ยนชื่อห้อง แตะ เพิ่มเติม . . > เปลี่ยนชื่อ
    • ในการลบห้อง แตะ เพิ่มเติม . . > ลบห้อง

การออกจากห้อง (หากคุณไม่ใช่เจ้าของ/ผู้สร้างห้อง)

  1. ที่ เริ่มต้น แตะ ผู้คน
  2. ตวัดนิ้วไปทางซ้ายหรือขวาไปยัง ร่วมกัน
  3. แตะห้องที่คุณต้องการออกจาก
  4. ตวัดนิ้วไปยัง สมาชิก
  5. แตะ ออกจากห้อง จากนั้นแตะ ออก

ในการเลิกเป็นเพื่อนกับผู้อื่นใน Messenger ใช้แอพ Messenger ในคอมพิวเตอร์ของคุณหรือโดยการลบรายชื่อออกจากโทรศัพท์ของคุณ


การค้นหา

Bing การค้นหาช่วยให้คุณค้นหาข้อมูลที่คุณต้องการได้อย่างรวดเร็ว หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลของ Bing โปรดตรวจสอบประกาศสิทธิส่วนบุคคลของ Bing

ทางเลือกของคุณ

วิธีการล้างคำค้นหา การค้นหาเพลง แท็ก และการค้นหาด้วยกล้องที่พิมพ์ก่อนหน้าออกจากโทรศัพท์ของคุณ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ค้นหา
  2. แตะ ลบประวัติ


การแนะนำอัตโนมัติ

เพื่อช่วยคุณค้นหาเนื้อหาที่คุณต้องการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น การค้นหาจะแนะนำคำค้นหาขณะที่คุณพิมพ์ การแนะนำอัตโนมัติอาจมาจากประวัติการค้นหาของคุณที่จัดเก็บอยู่ในโทรศัพท์ของคุณ หรือจากบริการของ Bing ในการรับการแนะนำจากบริการ Bing คำค้นหาของคุณจะถูกส่งไปยังบริการ Bing ขณะที่คุณพิมพ์

ทางเลือกของคุณ

วิธีการเปิดหรือปิดการแนะนำอัตโนมัติของคุณสมบัติการค้นหาจากบริการ Bing ที่ซึ่งตามค่าเริ่มต้นแล้วจะปิดอยู่

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ค้นหา
  2. เลือกหรือยกเลิกการเลือก รับคำแนะนำจาก Bing ขณะที่ฉันพิมพ์


ตำแหน่ง

หากคุณอนูญาตให้โปรแกรมค้นหาสามารถเข้าถึงตำแหน่งของคุณได้ ตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณก็จะถูกส่งไปยัง Bing และถูกใช้ดังที่ได้อธิบายไว้ใน ประกาศสิทธิส่วนบุคคลของ Bing

ทางเลือกของคุณ

วิธีการเปิดหรือปิดการเข้าใช้งานตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณของคุณสมบัติการค้นหาซึ่งตามค่าเริ่มต้นแล้วจะปิดอยู่

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ค้นหา
  2. สลับสวิตช์ ใช้ตำแหน่งของฉัน เป็น เปิด หรือ ปิด


Microsoft Tag

เมื่อคุณสแกน Microsoft Tag (บาร์โค้ดสองมิติ) กล้องของโทรศัพท์จะสแกน Microsoft Tag เพื่อส่งกลับข้อมูลที่สอดคล้องกัน ข้อมูลจะไม่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณหรือนำไปใช้เพื่อระบุหรือติดต่อคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ Microsoft ยังอาจส่งข้อมูลโทรศัพท์มาตรฐาน (และข้อมูลตำแหน่งหากคุณเลือกการตั้งค่านั้น) ของคุณไปยังผู้สร้างแท็กเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ปรับให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นโดยอ้างอิงจากโทรศัพท์ของคุณและแท็กอื่นๆ ที่คุณสแกนจากผู้สร้างแท็กเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณสแกนแท็กในโปสเตอร์ภาพยนตร์ ข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมโดย Microsoft อาจส่งไปยังผู้เผยแพร่โปสเตอร์นั้น ซึ่งอาจนำไปใช้เพื่อแสดงเวลาแสดงภาพยนตร์ที่ใกล้เคียงสำหรับคุณ การใช้ข้อมูลนี้ของผู้สร้างแท็กอยู่ภายใต้หลักปฏิบัติด้านสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่ประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้

ทางเลือกของคุณ

วิธีการเปิดหรือปิดตัวเลือกในการส่งข้อมูลตำแหน่งของคุณสมบัติการค้นหาร่วมกับการสแกนของ Microsoft Tag ซึ่งตามค่าเริ่มต้นแล้วจะปิดอยู่

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ค้นหา
  2. เลือกหรือยกเลิกการเลือก ส่งข้อมูลตำแหน่งสำหรับ Microsoft Tag


การค้นหาเพลง

เมื่อคุณใช้ฟังก์ชันการค้นหาเพลง "ลายนิ้วมือ" เสียงของเสียงที่ไมโครโฟนจับได้จะถูกส่งไปยัง Bing เพื่อให้ผลลัพธ์การค้นหากับคุณ ข้อมูลจะไม่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณหรือนำไปใช้เพื่อระบุหรือติดต่อคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ

การค้นหาด้วยกล้อง

เมื่อคุณสแกน Microsoft Tag (บาร์โค้ดสองมิติ) กล้องของโทรศัพท์จะสแกน Microsoft Tag เพื่อส่งกลับข้อมูลที่สอดคล้องกัน ข้อมูลจะไม่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณหรือนำไปใช้เพื่อระบุหรือติดต่อคุณหรือโทรศัพท์ของคุณ Microsoft ยังอาจส่งข้อมูลโทรศัพท์มาตรฐาน (และข้อมูลตำแหน่งหากคุณเลือกการตั้งค่านั้น) ของคุณไปยังผู้สร้างแท็กเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ปรับให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นโดยอ้างอิงจากโทรศัพท์ของคุณและแท็กอื่นๆ ที่คุณสแกนจากผู้สร้างแท็กเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณสแกนแท็กในโปสเตอร์ภาพยนตร์ ข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมโดย Microsoft อาจส่งไปยังผู้เผยแพร่โปสเตอร์นั้น ซึ่งอาจนำไปใช้เพื่อแสดงเวลาแสดงภาพยนตร์ที่ใกล้เคียงสำหรับคุณ การใช้ข้อมูลนี้ของผู้สร้างแท็กอยู่ภายใต้หลักปฏิบัติด้านสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่ประกาศสิทธิส่วนบุคคลนี้

ทางเลือกของคุณ

วิธีการเปิดหรือปิดตัวเลือกการจัดเก็บของคุณสมบัติการค้นหาและใช้ภาพที่คุณส่งเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์การค้นหาในอนาคตของ Bing ซึ่งตามค่าเริ่มต้นแล้วจะเปิดอยู่

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > ค้นหา
  2. เลือกหรือยกเลิกการเลือก อนุญาตให้ Microsoft จัดเก็บและใช้ภาพจากค้นหาด้วยกล้อง


สั่งงานด้วยเสียง

เมื่อคุณใช้บริการจดจำเสียงในโทรศัพท์ของคุณสำหรับคุณสมบัติหรือแอพที่เปิดใช้งานสั่งงานด้วยเสียงไม่ว่าจะให้บริการโดย Microsoft หรือบุคคลภายนอก การป้อนการสั่งงานด้วยเสียงและข้อมูลการทำงานของคุณที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันการสั่งงานด้วยเสียง เช่น การเปลี่ยนแปลงที่คุณทำด้วยตนเองกับข้อความและผลลัพธ์ข้อความสุดท้าย ("ข้อความสั่งงานด้วยเสียง") จะถูกส่งไปยัง Microsoft โดยอัตโนมัติเพื่อดำเนินการและตอบกลับการร้องขอ และเพื่อปรับปรุงบริการสั่งงานด้วยเสียง ในการปรับขั้นตอนการจดจำเสียง ชื่อของรายชื่อล่าสุดของคุณ (แต่ไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์หรือข้อมูลติดต่ออื่นๆ) จะถูกส่งไปยัง Microsoft ด้วย คุณจะถูกพร้อมท์ให้เปิดใช้งานบริการจดจำเสียงเมื่อคุณพยายามใช้ฟังก์ชันการสั่งงานด้วยเสียงเป็นครั้งแรก

เมื่อข้อมูลการสั่งงานด้วยเสียงถูกส่งไปยัง Microsoft แล้ว Microsoft จะสร้าง ID ที่ไม่ซ้ำกันซึ่งจะถูกจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณและจะถูกส่งเพื่อแยกการร้องขอจากโทรศัพท์ต่างๆ ID ที่ไม่ซ้ำกันนี้คือหมายเลขที่สร้างแบบสุ่มซึ่งจะไม่มีข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวคุณได้ ดังนั้น ข้อมูลการสั่งงานด้วยเสียงนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับคุณหรืออุปกรณ์ของคุณ

หากคุณปิดใช้งานบริการจดจำเสียง คุณจะไม่สามารถค้นหาโดยใช้เสียงของคุณทางออนไลน์หรือส่งข้อความผ่านเสียงได้ แต่คุณจะยังสามารถใช้คำสั่งด้วยเสียงอื่นๆ ที่ได้รับการสนับสนุนในโทรศัพท์เท่านั้น เช่น "Call Mom" หรือ "Start Internet Explorer"

ทางเลือกของคุณ

วิธีป้องกันไม่ให้ข้อมูลการสั่งงานด้วยเสียงถูกส่งไปยัง Microsoft หากคุณได้เปิดใช้งานก่อนหน้านี้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > สั่งงานด้วยเสียง
  2. ยกเลิกการเลือก เปิดใช้งานบริการจดจำเสียง


Store

ในการสร้างบัญชี Store ใหม่ คุณอาจต้องระบุอายุและประเทศ/ภูมิภาค หากคุณมีบัญชีการเรียกเก็บเงินของ Microsoft อยู่แล้ว คุณจะสามารถใช้วิธีการชำระเงินที่คุณได้เพิ่มเพื่อการซื้อเนื้อหาและแอพพลิเคชั่นจาก Store ได้ นอกจากนั้น เรายังจะเก็บรวบรวมอีเมลแอดเดรสของคุณเพื่อให้เราสามารถให้คำแนะนำในการดาวน์โหลดแอพจาก Store กับคุณได้ สำหรับบัญชีใหม่ เราจะสร้างชื่อเล่นโดยอัตโนมัติ (ที่เราเรียกว่าเกมเมอร์แท็ก) ที่จะนำมาใช้เพื่อระบุตัวคุณในบริการ Xbox LIVE และ Xbox Music หากคุณโพสต์คำวิจารณ์ใน Store คำวิจารณ์นั้นจะถูกโพสต์โดยใช้ชื่อแรกในบัญชี Microsoft ของคุณ

Store ให้คุณสามารถใช้บริการออนไลน์ที่ผูกติดกับโทรศัพท์ของคุณได้ เมื่อคุณเยี่ยมชม Store เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเรียกดู Store การซื้อสินค้าใน Store และกิจกรรมอื่นๆ ภายใน Store โดยทั่วไปแล้ว กิจกรรมนี้ใช้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ในการใช้ Store และอาจนำไปใช้เพื่อให้คำแนะนำกับคุณเกี่ยวกับโทรศัพท์ของคุณโดยเฉพาะหากคุณเปิด คำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัว ดังได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ เรายังอาจแบ่งปันข้อมูลโดยรวมเกี่ยวกับกิจกรรมของ Store กับผู้ให้บริการร่วม

คุณสามารถร้องขอการใช้รหัส PIN กระเป๋าสตางค์ก่อนซื้อเพลง แอพ หรือสินค้าในแอพ เพื่อให้คุณสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับแอพพลิเคชั่นผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของคุณ (หากจำเป็น) เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลที่ระบุโทรศัพท์ของคุณและผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของคุณ เช่น IMSI ของคุณและตัวระบุ Subscriber Identity Module ("SIM") (โทรศัพท์บางเครื่องไม่ใช้ SIM) ซึ่งจะช่วยให้เราอำนวยความสะดวกในการเรียกเก็บเงินและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความล้มเหลวในการซื้อ ราคา หรือปัญหาอื่นๆ เราจะไม่ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมในวิธีนี้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ หรือแบ่งปันข้อมูลนั้นกับผู้อื่นนอกจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของคุณ

ID ของแอพพลิเคชั่นที่คุณได้ติดตั้งในโทรศัพท์ของคุณจะถูกส่งไปยัง Store เป็นระยะๆ เพื่อระบุว่ามีการอัพเดตสำหรับแอพพลิเคชั่นที่คุณได้ติดตั้งแล้วหรือไม่ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะติดตั้งการอัพเดตของแอพพลิเคชั่นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การอัพเดตบางอย่างอาจต้องมีการดำเนินการแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง

ทางเลือกของคุณ

วิธีร้องขอการใช้รหัส PIN กระเป๋าสตางค์ก่อนซื้อเพลง แอพ หรือสินค้าในแอพ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > store
  2. แตะปุ่ม รหัส PIN
  3. สลับรหัส PIN กระเป๋าสตางค์เป็น เปิด แล้วทำตามคำแนะนำเพื่อป้อนรหัส PIN ของคุณ (หากคุณได้ทำแล้วก่อนหน้านี้)
  4. เลือก ใช้รหัส PIN กระเป๋าสตางค์เพื่อป้องกันการซื้อเพลง แอพ และการซื้อสินค้าในแอพ

คุณสมบัตินี้ยังสามารถเปิดใช้งานได้ผ่านการตั้งค่ากระเป๋าสตางค์ ดู กระเป๋าสตางค์ ด้านล่าง

ในการแก้ไขหรือลบข้อมูลการเรียกเก็บเงินในบัญชีการเรียกเก็บเงินของ Microsoft ของคุณ ลงชื่อเข้าใช้บัญชีของคุณที่การจัดการการเรียกเก็บเงินและบัญชี Microsoft

ในการแก้ไขคำวิจารณ์ที่คุณได้โพสต์ใน Store ก่อนหน้านี้ ลงชื่อเข้าใช้ Store แล้วคลิกหรือแตะที่ข้อความคำวิจารณ์


แตะ + ส่ง

โทรศัพท์ของคุณอาจมีความสามารถการสื่อสารระยะใกล้ ("NFC") ที่ให้คุณสามารถแบ่งปันภาพถ่าย เว็บไซต์ รายชื่อ และอื่นๆ กับอุปกรณ์ที่ใช้ NFC โดย "การแตะ" โทรศัพท์ของคุณกับอุปกรณ์อื่น (หรือวางใกล้กัน) คุณจะถูกพร้อมท์ทุกครั้งก่อนข้อมูลจะถูกแบ่งปันเพื่อให้คุณสามารถตัดสินใขว่าจะแบ่งปันข้อมูลใดในแต่ละกรณี คุณสมบัตินี้จะไม่ส่งข้อมูลไปยัง Microsoft

ทางเลือกของคุณ

วิธีการเปิดหรือปิดคุณสมบัติการแบ่งปัน NFC ซึ่งตามค่าเริ่มต้นแล้วจะเปิดอยู่

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > แตะ + ส่ง
  2. สลับสวิตช์ การแบ่งปัน NFC เป็น เปิด หรือ ปิด


การอัพเดต

Microsoft จะประกาศการปรับปรุงที่เป็นประโยชน์และสำคัญเป็นระยะๆ ในรูปแบบการอัพเดตสำหรับระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ของคุณ (แอพที่โหลดจาก Store จะได้รับการอัพเดตผ่าน Store ไม่ใช่คุณสมบัตินี้) เพื่อให้แน่ใจว่าคุณทราบเกี่ยวกับการอัพเดตเมื่อพร้อมใช้งาน โทรศัพท์ของคุณจะสแกนเพื่อตรวจหาการอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ เราแนะนำให้คุณอนุญาตให้การอัพเดตเหล่านั้นดาวน์โหลดโดยอัตโนมัติในโทรศัพท์ของคุณ คุณสามารถเปิดคุณสมบัตินี้ได้โดยเลือกการตั้งค่าแบบแนะนำขณะตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณ หรือหากคุณเลือกการตั้งค่าแบบกำหนดเอง โดยการเปิดใช้งาน "ดาวน์โหลดการอัพเดตของ Windows Phone โดยอัตโนมัติ" คุณจะยังถูกพร้อมท์และมีตัวเลือกก่อนการอัพเดตจะติดตั้ง แต่เราแนะนำให้ติดตั้งการอัพเดตที่พร้อมใช้งานทันที หากคุณเลือกที่จะไม่ดาวน์โหลดการอัพเดตโดยอัตโนมัติ โทรศัพท์ของคุณจะยังคงตรวจหาการอัพเดตเป็นระยะๆ และแจ้งให้คุณทราบถึงความพร้อมใช้งานนอกจากคุณจะปิดคุณสมบัตินี้

แต่ละครั้งที่โทรศัพท์ของคุณตรวจหาการอัพเดตที่พร้อมใช้งาน และทุกครั้งที่มีการติดตั้งการอัพเดต ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานจะถูกส่งไปยัง Microsoft ข้อมูลนี้จะนำไปใช้เพื่อระบุการอัพเดตที่สามารถใช้งานได้และเหมาะสมกับโทรศัพท์ของคุณ และเพื่อดำเนินการ วิเคราะห์ และบำรุงรักษาบริการการอัพเดต ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานยังจะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสถิติโดยรวมที่จะช่วยให้เราวิเคราะห์ความสำเร็จ ความล้มเหลว และข้อผิดพลาดที่คุณประสบกับบริการการอัพเดตอีกด้วย

ทางเลือกของคุณ

วิธีการเปลี่ยนการตั้งค่าการดาวน์โหลดการอัพเดตของระบบปฏิบัติการโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบ

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > อัพเดตโทรศัพท์
  2. เลือกหรือล้าง ดาวน์โหลดอัพเดตโดยอัตโนมัติหากการตั้งค่าข้อมูลของฉันอนุญาต

วิธีการปิดการตรวจหาการอัพเดตของระบบปฏิบัติการและการแจ้งให้คุณทราบเมื่อพร้อมใช้งาน

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > อัพเดตโทรศัพท์
  2. ล้าง แจ้งให้ฉันทราบเมื่อมีการอัพเดตสำหรับโทรศัพท์ของฉัน

วิธีตรวจสอบการอัพเดตของระบบปฏิบัติการซึ่งสามารถทำได้ตลอดเวลา

  1. ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > อัพเดตโทรศัพท์
  2. แตะ ตรวจหาอัพเดต


กระเป๋าสตางค์

คุณสามารถตั้งค่ากระเป๋าสตางค์ในโทรศัพท์ของคุณเพื่อบันทึกวิธีการชำระเงิน (รวมทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิต) สำหรับการซื้อสินค้าใน Store และที่อื่น กระเป๋าสตางค์ของคุณยังเก็บข้อมูลอื่นๆ เช่น คูปอง บัตรสะสมแต้ม และเนื้อหาทางดิจิทัลอื่นๆ

เมื่อคุณเพิ่มบัตรเครดิตหรือเดบิต เราจะจัดเก็บเฉพาะเลขหกหลักแรกและเลขสี่หลักสุดท้ายในโทรศัพท์ของคุณ เลขหกหลักแรกจะใช้เพื่อช่วยให้คุณค้นหาแอพ (เช่นแอพจากธนาคารของคุณ) ที่จะสามารถปรับปรุงการใช้งานกระเป๋าสตางค์ของคุณได้ เลขสี่หลักสุดท้ายจะนำมาใช้เพื่อระบุบัตรนั้นๆ หมายเลขบัตรแบบเต็มจะถูกจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์แพลตฟอร์มการค้าที่ปลอดภัยของ Microsoft หากคุณเพิ่มบัตรผ่าน Store บัตรนั้นจะพร้อมใช้งานในกระเป๋าสตางค์ของคุณด้วย คุณยังสามารถเพิ่มรายละเอียดการเรียกเก็บเงินและข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับบัตรในโทรศัพท์ของคุณได้เพื่อการอ้างอิงที่ง่ายดาย ข้อมูลนี้จะถูกเข้ารหัสและจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณ

คุณยังสามารถใช้ข้อมูลกระเป๋าสตางค์เพื่อธุรกรรมผ่าน NFC ของบัตรชำระเงินที่ผู้จำหน่ายบางรายได้ (ตัวอย่างเช่น ในการใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตเพื่อการชำระเงินที่ไม่สามารถติดต่อได้ หรือใช้บัตรสะสมแต้มที่ร้านขายของชำ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการของคุณ เมื่อมีความสามารถนี้ ข้อมูลประจำตัวบัตรชำระเงินจะถูกจัดเก็บไว้ในองค์ประกอบด้านความปลอดภัยใน SIM ของคุณ

แอพบางอย่างอาจยังบันทึกข้อมูลในกระเป๋าสตางค์ของโทรศัพท์อีกด้วย

ทางเลือกของคุณ

คุณสามารถใช้รหัส PIN กระเป๋าสตางค์ที่ต้องป้อนก่อนเปิดใช้งานกระเป๋าสตางค์ วิธีตั้งค่ารหัส PIN กระเป๋าสตางค์

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > กระเป๋าสตางค์
  2. สลับสวิตช์รหัส PIN กระเป๋าสตางค์เป็น เปิด
  3. ทำตามคำแนะนำเพื่อป้อนรหัส PIN ของคุณ

คุณยังสามารถกำหนดให้ต้องป้อนรหัส PIN กระเป๋าสตางค์เพื่อการซื้อเพลง แอพ และสินค้าในแอพบางอย่างหากคุณได้กำหนดรหัส PIN กระเป๋าสตางค์

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > กระเป๋าสตางค์
  2. เลือก ใช้รหัส PIN กระเป๋าสตางค์เพื่อป้องกันการซื้อเพลง แอพ และการซื้อสินค้าในแอพ

คุณสมบัตินี้ยังสามารถเปิดใช้งานได้ผ่านการตั้งค่า Store ดู Store ด้านบน

หากผู้ให้บริการของคุณมีความสามารถ NFC โทรศัพท์ของคุณจะมีการตั้งค่าเพิ่มเติมที่ให้คุณสามารถควบคุมเมื่อคุณสามารถใช้บัตรเพื่อดำเนินธุรกรรมผ่าน NFC ได้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > กระเป๋าสตางค์
  2. ภายใต้ บัตรชำระเงินจะใช้งานได้ เลือก ขณะที่กระเป๋าสตางค์เปิด ขณะโทรศัพท์ถูกปลดล็อก หรือ ขณะหน้าจอเปิดอยู่


Xbox LIVE และ Xbox Music

ในการสร้างบัญชี Xbox LIVE หรือ Xbox Music ใหม่ คุณอาจต้องระบุอายุและประเทศ/ภูมิภาค สำหรับบัญชีใหม่ เราจะสร้างชื่อเล่นโดยอัตโนมัติ (ที่เราเรียกว่าเกมเมอร์แท็ก) ที่จะนำมาใช้เพื่อระบุตัวคุณในบริการ Xbox LIVE และ Xbox Music คุณสามารถเปลี่ยนชื่อเล่นที่สร้างโดยอัตโนมัติได้โดยแตะที่เกมเมอร์แท็กของคุณใน Hub เกม หากคุณโพสต์คำวิจารณ์ใน Store คำวิจารณ์นั้นจะถูกโพสต์โดยใช้ชื่อแรกในบัญชี Microsoft ของคุณ

เกม

หากคุณอนุญาตให้เกมของ Microsoft เข้าถึงตำแหน่งของคุณได้ ตำแหน่งโดยประมาณของโทรศัพท์ของคุณอาจถูกส่งไปยัง Microsoft เพื่อรับรางวัลความสำเร็จ ให้รางวัลในเกม หรือกำหนดแผนเล่นเกมของคุณเอง เกมของ Microsoft จะเก็บรวบรวมและจัดเก็บตำแหน่งโดยประมาณของโทรศัพท์ของคุณตามความจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้ ตัวอย่างเช่น เกมอาจใช้ตำแหน่งของคุณเพื่อให้รางวัลความสำเร็จตามระยะทางการเดินทางระหว่างเซสชันเกม

การตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณจะมีตัวเลือกเพื่อเชื่อมต่อกับ Xbox LIVE เมื่อการตั้งค่านี้เปิดอยู่ซึ่งเป็นการตั้งค่าเริ่มต้น กิจกรรมเกมและข้อมูลความสำเร็จจะถูกส่งไปยัง Xbox หากคุณปิดการตั้งค่านี้ กิจกรรมเกมและความสำเร็จจะยังคงถูกจัดเก็บในโทรศัพท์ของคุณ ข้อมูลนี้จะถูกส่งไปยัง Xbox เมื่อการตั้งค่าถูกกำหนดเป็นเปิดอีกครั้งและเมื่อคุณเชื่อมต่อโทรศัพท์ของคุณกับบริการข้อมูล

เพลง

หากคุณเลือกที่จะปรับประสบการณ์ในการใช้ Xbox ให้เป็นส่วนตัว เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเพลงที่คุณเล่นใน Xbox Music และคะแนนที่คุณให้เพลงเหล่านั้น ข้อมูลนี้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้คุณได้รับเนื้อหาและคุณสมบัติที่ปรับแต่งตามเพลงที่คุณชอบและให้คุณสามารถแบ่งปันเพลงที่คุณเล่นล่าสุดกับผู้อื่น และยังใช้ในรูปแบบการรวมเพื่อสร้างลำดับเพลงฮิต

เพื่อทำให้ประสบการณ์ในการใช้งานขณะเล่นหรือเรียกดูเพลงมีความหลากหลาย Xbox Music อาจแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเพลงที่คุณเล่นและเนื้อหาในไลบรารี Xbox Music ของคุณเช่น ชื่ออัลบั้ม ภาพหน้าปก ชื่อเพลงหรือวิดีโอ รูปภาพของศิลปิน ชีวประวัติของศิลปิน หรือข้อมูลอื่นๆ หากมี ในการดาวน์โหลดข้อมูลนี้ Xbox Music จะส่งการร้องขอข้อมูลไปยัง Microsoft ที่มีข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานและตัวระบุสำหรับเนื้อหา

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลของ Xbox LIVE และ Xbox Music โปรดตรวจสอบประกาศสิทธิส่วนบุคคลของ Xbox

ทางเลือกของคุณ

หากคุณไม่ต้องการเชื่อมต่อกับบริการของ Xbox จากโทรศัพท์ของคุณ ซึ่งจะเป็นการอนุญาตการอัปโหลดเกมเมอร์แท็ก ความสำเร็จ และคะแนนของคุณ และอื่นๆ ไปยังตารางผู้นำ การรับคำเชิญเกมในโทรศัพท์ของคุณ และการอัพเดตไปยังโปรไฟล์และประวัติเกม ให้ทำดังนี้

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > เกม
  2. สลับสวิตช์ เชื่อมต่อกับ Xbox เป็น ปิด (เมื่อคุณสลับสวิตช์เป็น เปิด อีกครั้ง ข้อมูลเกมที่ถูกจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณจะถูกอัปโหลดไปยัง Microsoft)

ในการปรับเปลี่ยนการตั้งค่าสิทธิส่วนบุคคลของ Xbox ซึ่งจะควบคุมสิ่งต่างๆ เช่น วิธีการที่ผู้คนติดต่อคุณ วิธีการแบ่งปันข้อมูลโปรไฟล์ที่คุณเพิ่ม และวิธีการแบ่งปันกิจกรรมใน Xbox ไปที่ Xbox.com แล้วลงชื่อเข้าใช้ในบัญชีของคุณ

ในการปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ของเกมของ Microsoft ไปที่เมนูวิธีใช้/ตัวเลือกแล้วปิดการเข้าถึงตำแหน่ง หรือคุณสามารถปิดสวิตช์ตำแหน่งหลักในโทรศัพท์ของคุณได้

หากคุณไม่ต้องการเชื่อมต่อกับบริการ Xbox Music เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่คุณเล่นโดยอัตโนมัติ เช่น Smart DJ ชีวประวัติ และข้อมูลอื่นๆ ซึ่งถูกตั้งค่าเป็น เปิด ตามค่าเริ่มต้น

  1. ไปที่ การตั้งค่า > แอพพลิเคชั่น > เพลง + วิดีโอ
  2. สลับสวิตช์ เชื่อมต่อกับ Xbox Music เป็น ปิด